
ลุ้นCPNปันผลพิเศษ
นักวิเคราะห์แนะซื้อหุ้น CPN มองแนวโน้มอัตราเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าฯ เพิ่มขึ้นเป็น 95-96%
นักวิเคราะห์แนะซื้อหุ้น CPN มองแนวโน้มอัตราเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าฯ เพิ่มขึ้นเป็น 95-96%
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่า บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) มีโอกาสจ่ายปันผลพิเศษ หลังแปลงกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNRF) เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) อีกทั้งยังได้ขายสินทรัพย์เข้าไปในกองทุนเพิ่ม คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ในพื้นที่บางส่วน และโรงแรมฮิลตัน พัทยา จะส่งผลให้ CPN ได้รับเงินเข้ามาเกือบ 1.2 หมื่นล้านบาท
"ประเมินว่าเงินปันผลพิเศษ CPN อยู่ที่ 0.61 บาท/หุ้น และเมื่อรวมกับเงินปันผลปกติที่ 0.91 บาท/หุ้น รวมเป็น 1.52 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 1.8%" บทวิเคราะห์ บล.เคทีบีฯ ระบุ
บทวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำ "ซื้อ" หุ้น CPN จากแนวโน้มอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยศูนย์การค้าจะเริ่มเห็นการปรับขึ้นเป็น 95-96% ในช่วงปลายปี 2561 จากปี 2560 อัตราการเช่าเฉลี่ยของศูนย์การค้าจะอยู่ที่ 90%
ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของอัตราเช่าที่ล่าช้าเป็นผลมาจากการปรับปรุงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเปิดได้เต็มที่ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งจะส่งผลต่อการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าได้เพิ่มอีกราว 10%
ขณะที่ศูนย์การค้าเปิดใหม่เมื่อเดือน พ.ย. 2560 ทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา โคราช และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย มีอัตราการเช่าที่อยู่ในระดับสูงมากกว่า 80% ทั้งสองแห่ง ถือว่าเป็นอัตราการเช่าที่อยู่ในระดับที่ดี
นอกจากนี้ CPN ยังหันไปขยายในส่วนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยในรูปแบบโครงการคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัด ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และจะเริ่มทยอยโอน 3 โครงการแรกในช่วงปี 2561 มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะหนุนให้บริษัทมีรายได้และกำไรจากธุรกิจพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเสริมในปีนี้
ส่วนกรณีที่ CPN นำศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช บางส่วน และโรงแรมฮิลตันพัทยาขายให้ กับกองทรัสต์ CPNREIT บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ มองว่าจะส่งผลบวกในแง่ของการนำเงินไปคืนหนี้ 6,000 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4/2560 ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ลดลง เงินในส่วนที่เหลือ CPN จะแบ่งไปใช้ในการลงทุน และอาจจ่ายเงินปันผลพิเศษ หรือเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล เนื่องจาก CPN ได้รับเงินประกันภัยจากเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อปี 2553 เป็นเงินกว่า 3,000 ล้านบาท และเงินจากการขายทรัพย์สินเข้า CPNREIT
ด้าน บล.กสิกรไทย มองว่าแนวโน้มของอัตราการเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าของ CPN ปีนี้คาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวหลังจากการปรับปรุงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2561 รวมไปถึงจะมีศูนย์การค้าเปิดใหม่ในปีนี้ เพิ่มอีก 2 แห่งในภูเก็ตและมาเลเซีย ซึ่งจะมีผลต่อแนวโน้มของอัตราการเช่าพื้นที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีก จากปีที่ผ่านมารับผล กระทบจากการทยอยปิดปรับปรุงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ทั้งนี้ คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2560 ของ CPN จะออกมาอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีเดียวกัน แต่จะสูงกว่าไตรมาส 4/2559 เนื่องจากในไตรมาส 4/2560 มีค่าใช้จ่ายในการเปิดศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่ง คือ เซ็นทรัล พลาซา โคราช และเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย โดยมีการทำกิจกรรมทางการตลาดในช่วงเดือน พ.ย. 2560 เพื่อกระตุ้นให้เป็นที่รู้จักและมีผู้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งในไตรมาส 4/2560 จำนวนผู้เข้ามาใช้บริการศูนย์การค้ามีเพิ่มขึ้น จากมาตรการช็อปช่วยชาติที่กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย โดยยังคาดว่ารายได้ในปี 2560 จะอยู่ที่ 1.35 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ บล.กสิกรไทย มองว่า CPN มีโอกาสจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้น หลังจากได้ขายสินทรัพย์ในพัทยาที่เป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช บางส่วน และโรงแรมฮิลตัน พัทยา เข้ากองทุน CPNREIT และการได้รับเงินค่าประกันเพลิงไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เข้ามาอีกราว 3,500 ล้านบาท n







