
เปิดแผนทีโอทีปีจอ ลุ้นพลิกมีกำไร
ปิยนุช ผิวเหลืองบริษัท ทีโอที รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดแผนธุรกิจปี 2561 พร้อมวางยุทธศาสตร์ 5 ปี (2561-2565) ตั้งเป้าสร้างกำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท ขณะที่การดำเนินงานปี 2560 ทีโอทีขาดทุนลดลง ตั้งเป้ารายได้ปี 2561 พลิกกลับมาเป็นบวก
ปิยนุช ผิวเหลือง
บริษัท ทีโอที รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดแผนธุรกิจปี 2561 พร้อมวางยุทธศาสตร์ 5 ปี (2561-2565) ตั้งเป้าสร้างกำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท ขณะที่การดำเนินงานปี 2560 ทีโอทีขาดทุนลดลง ตั้งเป้ารายได้ปี 2561 พลิกกลับมาเป็นบวก
มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2560 และทิศทางการดำเนินงานปี 2561 ว่า ผลงานดำเนินงานของบริษัท ทีโอที ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. 2560 มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยขาดทุน ลดลงจากปีก่อน 55% จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลง อาทิ การจัดทำโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) เป็นต้น อีกทั้งทีโอที ปรับปรุงการบริหารงานเพิ่มประสิทธิผลขององค์กร โดยเน้นแผนธุรกิจระยะยาวเพิ่มความสามารถการแข่งขัน
ทั้งนี้ แผนธุรกิจในปี 2561 อยู่ในยุทธศาสตร์ 5 ปี (2561-2565) ซึ่งทีโอทีคาดว่าจะกลับมามีกำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท จากการเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ ร่วมกับบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต บริษัทในเครือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นหรือ ดีแทค ในต้นปี 2561 และการ เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ในปีนี้ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส โดยทั้งสองโครงการเป็นโครงการ ระยะยาวที่สัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ 10 ปี (2561-2570) ของทีโอทีด้วย
"สิ่งสำคัญในปี 2561 ทีโอทีมุ่งเน้นเปลี่ยนแปลงหน่วยธุรกิจ (BU) แต่ละหน่วยให้ดำเนินงานอย่างมีคุณภาพ ลดต้นทุนในการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนบริการบรอดแบนด์ ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดตั้งบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ (NBN Co) มีรูปแบบธุรกิจเพื่อให้ บริการค้าส่งโครงข่ายแก่บริษัทค้าปลีกบรอดแบนด์ (Service Co) และการ ยกเลิกโครงข่ายสายทองแดงที่มีอายุการใช้งานเกินกว่า 25 ปี
นอกจากนี้ ทีโอทียังมีโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากบริการไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ โดยการต่อยอดเพื่อให้บริการแอพพลิเคชั่นบนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่รัฐบาลได้พัฒนาขึ้นในปีนี้คือโครงการเน็ตประชารัฐ และการนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ ลดการลงทุนซ้ำซ้อนของประเทศ เช่น บริการท่อร้อยสาย โดยการเปิดให้เช่าท่อร้อยสายที่ทีโอทีไม่ได้ใช้งาน รวมถึงการสร้างรายได้เพิ่มจากทรัพย์สินของโอที ได้แก่ ที่ดินและอาคาร เช่น ตลองเตยและที่ดินที่ได้ไถ่ถอนจากสรรพากร 3 แปลง คือ ศาลาธรรมสพน์ ตลิ่งชัน ชุมสายประเวศ โดยทีโอทีจะพิจารณาจากความเหมาะสม ศักยภาพ และความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้สอดคล้องกับธุรกิจในอนาคต
สำหรับโครงการตัวอย่างในปี 2560 ที่ประสบความสำเร็จที่ทีโอทีดำเนินการภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ได้แก่ โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หรือ เน็ตประชารัฐ ไปยังหมู่บ้านที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศจำนวน 2.47 หมื่นหมู่บ้าน ซึ่งในขณะนี้ได้ติดตั้ง ครบถ้วนทั้งหมดแล้วตามเป้าหมายและระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด
ขณะที่อนาคตทีโอทีจะเน้นบริการดิจิทัลรวมทั้งทำตลาดผ่านดิจิทัลและ โซเชียลมีเดียมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน เช่น การชำระค่าบริการผ่านคิวอาร์โค้ด เป็นต้น ทำให้วิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์กรประจำปี 2561 ทีโอทีมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมและดิจิทัลชั้นนำของประเทศ ภายใต้ ค่านิยม IOT ย่อมาจาก Innovation นวัตกรรม Operational Excellence การทำงานที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ และ Transparency & Integrity ภายใต้ ความซื่อสัตย์และความโปร่งใส
ความหวังของทีโอทีอยู่ที่การบริการคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นคู่ค้าอย่างดีแทค และเอไอเอส ที่คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้และพลิกฟื้นจากผลขาดทุนกลับมา มีกำไรได้ในปี 2561 นี้







