
กรุงศรีลุยปรับกลยุทธ์รับนาโนไฟแนนซ์ต้นทุนอ่วม
กรุงศรีรับตลาดนาโนไฟแนนซ์หิน อ่วมสำรองและต้นทุนตามหนี้ แต่ไม่ท้อ ขอสู้ต่อหาโมเดลที่ใช่
กรุงศรีรับตลาดนาโนไฟแนนซ์หิน อ่วมสำรองและต้นทุนตามหนี้ แต่ไม่ท้อ ขอสู้ต่อหาโมเดลที่ใช่
นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธาน คณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรีคอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อรายย่อย เพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) ภายใต้ชื่อเถ้าแก่ทันใจ 1 ปีที่ผ่านมา ยังลองผิดลองถูก ผลการ ดำเนินงานต่ำกว่าเป้าทั้งด้านฐานลูกค้าและยอดสินเชื่อ ส่วนต้นทุนและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สูงกว่าที่คาด แต่จะยังเดินหน้าทำตลาดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ต่อไป
ทั้งนี้ เชื่อว่ายังมีโอกาสทบทวนวิธีปล่อยสินเชื่อใหม่ เพื่อควบคุมต้นทุนและเอ็นพีแอลให้ดีกว่าเดิม โดยนำองค์ความรู้จากที่ผ่านมาใช้ปรับแนวทางการทำงานใหม่ในปี 2561 ซึ่งกำลังหาโมเดลที่เหมาะกับธุรกิจเถ้าแก่ทันใจอยู่ จากการคำนวณความเสี่ยงที่เหมาะสม ภายใต้ดอกเบี้ย 36% จะรองรับเอ็นพีแอลได้ 8-9% ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในกรอบที่รับได้
"ปัญหาหลักคือต้นทุนดำเนินการสูง 2 ใน 3 เป็นต้นทุนคนเพื่อหาลูกค้าและติดตามหนี้ อีก 1 ใน 3 เป็นต้นทุน ตั้งสำรองเอ็นพีแอล แต่ยังเห็นโอกาสนาโนไฟแนนซ์เพราะผู้ประกอบการบางกลุ่มมีศักยภาพ เช่น ร้านขายอาหาร ร้านขายของชำ ในเขตชุมชนและตลาด ที่มีคนเข้าออกร้านค้าหนาแน่น สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของกรุงศรีที่รุกร้านค้ารายเล็กที่มีหน้าร้าน เห็นกระแสเงินสดชัดเจนในหัวเมืองใหญ่" นายฐากร กล่าว
สำหรับการลงพื้นที่จริงพบว่าการชำระหนี้ล่าช้าไม่สามารถระบุสาเหตุ ชัดเจนได้ มีทั้งไม่สะดวกไปชำระ ลืม เงินชอร์ต แต่การติดตามหนี้ที่ได้ผลที่สุด คือ ลงพื้นที่ไปเก็บเอง ไม่ใช่แค่โทรศัพท์ทวงถาม จึงใช้ทรัพยากรสูงมาก







