
ทันสถานการณ์
สนช.เห็นชอบ ปปช.อยู่ยาว 9 ปี
สนช.เห็นชอบ ปปช.อยู่ยาว 9 ปี
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) โดยก่อนหน้านี้เป็น การลงมติรายมาตรา ซึ่งสมาชิก สนช.ส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบทิศทางเดียวกันยกเว้นมาตรา 178 ที่ กมธ.ปรับแก้ให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันอยู่ทำหน้าที่ต่อจนครบวาระ 9 ปี จากเดิมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดให้อยู่ต่อได้เฉพาะ ป.ป.ช. ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่ลงมติด้วยคะแนน 157 เสียง แต่มีจำนวน 26 คน ลงมติไม่เห็นชอบและงดออกเสียงจำนวน 29 คน
ตั้ง กมธ.สอบประวัติว่าที่ กกต.เสร็จ 60 วัน
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและความประพฤติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน โดยกำหนดให้มีคณะกรรมาธิการทั้งสิ้น 17 คน และมีระยะเวลาทำงานให้เสร็จภายใน 60 วัน ทั้งนี้ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. แจ้งต่อที่ประชุมว่าจากปัญหาสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่ง กกต.จำนวน 2 คนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้น เลขานุการศาลฎีกามีหนังสือแจ้งยืนยันว่ากระบวนการสรรหา กกต.จำนวน 2 คนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
แก้ กม.เลือกตั้ง สส.ห้ามรณรงค์โหวตโน
นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้พิจารณาเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้วเหลือเพียงการทบทวน โดยคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุม สนช. เพื่อพิจารณาในวาระ 2-3 ได้ก่อนวันที่ 26 ม.ค. 2561 โดยกรรมาธิการมีการแก้ไข 17 มาตรา จากทั้งหมด 178 มาตรา อาทิ ปรับแก้ สามารถเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่สุจริต มีเหตุผล มีที่มาที่ไปได้ และปรับแก้ ห้ามรณรงค์ให้ผู้อื่นไม่ลงคะแนนเสียง หรือโหวตโนในคราวเลือกตั้ง เนื่องจากในการรณรงค์อาจมีการใส่ร้ายผู้สมัครเลือกตั้งคนอื่นๆ ได้







