
อพยพชาวบ้านหนีคลื่น
คลื่นลมแรงซัดบ้านพังยับ อพยพชุมชนชาวเลสิงหนครหนีพายุไคตั๊ก กรมชลประทานสั่งพร่องน้ำทุกอ่างรับมือฝนตกหนัก
คลื่นลมแรงซัดบ้านพังยับ อพยพชุมชนชาวเลสิงหนครหนีพายุไคตั๊ก กรมชลประทานสั่งพร่องน้ำทุกอ่างรับมือฝนตกหนัก
แม้ว่าพายุโซนร้อนไคตั๊กอ่อนลง กลายเป็นพายุดีเปรสชัน แต่ส่งผลทำให้ คลื่นลมแรงซัดบ้านเรือนประชาชนตลอดแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยพังเสียหายยับ และส่งผลกระทบกับแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งชุมชนชาวเล โดยเฉพาะบ้านชุมชน หาดแก้ว เขตเทศบาลเมืองสิงหนคร จ.สงขลา
นายธนกร สังฆโร นายกเทศมนตรีสิงหนคร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้อพยพบ้านชุมชนหาดแก้ว เขตเทศบาลเมืองสิงหนคร ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลื่นทะเลลมแรงซัดบ้านพังเสียหายจำนวน 60 ครัวเรือน ออกจากบ้านเรือนแล้ว
นายธนกร กล่าวอีกว่า การช่วยเหลือเบื้องต้นนั้นได้จัดที่พักไว้ให้เพื่อความปลอดภัย ดูแลเรื่องอาหารเพราะไม่มีที่ปรุงอาหาร นำกระสอบทรายมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน เพื่อสร้างเป็นแนวกั้นคลื่นไม่ให้เสียหายเพิ่มขึ้นและห้ามลงเล่นน้ำทะเลอย่างเด็ดขาด ส่วนโรงแรมบางแห่งที่อยู่ติดริมทะเลถูกคลื่นซัดเข้ามาถึง บริเวณโรงแรมจนต้องปิดในส่วนของที่พัก ซึ่งเป็นบังกะโลเพื่อความปลอดภัยของ นักท่องเที่ยว
ด้าน นายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.สงขลา กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เตรียมแผนรับมือผลกระทบจากพายุโซนร้อน ไคตั๊ก ซึ่งจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำ และจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมชายฝั่งภาคใต้ตอนล่างในวันที่ 23-25 ธ.ค. ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนัก ขอให้พื้นที่เสี่ยงภัยที่เคยเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ให้เตรียมช่วยเหลือประชาชนและจุดอพยพพร้อม
ขณะที่ นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 23-25 ธ.ค. พายุโซนร้อนไคตั๊กจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าใกล้มาเลเซีย รวมทั้งภาคใต้ตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล
นายทองเปลว กล่าวอีกว่า กรมชลประทานได้สั่งโครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้พร่องน้ำทุกอ่างเก็บน้ำรับมือฝนตกหนัก จัดเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตลอดทั้งให้เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่อง ผลักดันน้ำ ให้อยู่ในพื้นที่และพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา







