
สถิตย์ โบกมือลาคลัง ปูทางยุทธศาสตร์ยั่งยืน
...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
ส่งท้ายตำแหน่งแม่บ้านประจำกระทรวงเสาหลักที่สำคัญของประเทศอย่างตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการคลัง ของ
สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ถือเป็นลูกหม้อกระทรวงการคลังมานานถึง 34 ปี เริ่มรับราชการในตำแหน่งนิติกร (ชั้นโท) กรมศุลกากร เมื่อปี 2519 และตำแหน่งสุดท้ายคือปลัดกระทรวงการคลังกระทั่งเกษียณอายุราชการ รวมนั่งเก้าอี้นี้ 1 ปี 6 เดือน
สถิตย์ ยอมรับว่าการทำงานที่ผ่านมาถือว่าสนุก ประทับใจมากกับงานทุกเรื่องที่ได้รับมอบหมาย ผลงานที่สำคัญคือการเดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืนใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ความยั่งยืนทางด้านการคลัง ลงนามระหว่างสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังเพื่อทำงบประมาณสมดุลใน 5 ปี
การวางรากฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืนผ่านโครงการไทยเข้มแข็ง เช่น การลงทุนระบบรางเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์จาก 19
–20% ให้เหลือ 45% ของจีดีพี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเกษตร ระบบชลประทาน แหล่งน้ำการลงทุนทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านโครงการเรียนฟรี 15 ปี การพัฒนาโรงเรียนชั้นดีในอำเภอ การส่งเสริมการใช้คอมพิวเตอร์จาก 38 คนต่อเครื่องให้เหลือ 10 คนต่อเครื่อง และการลงทุนด้านสาธารณสุข สร้างโรงพยาบาลในระดับตำบลไม่ต้องเข้าไปรักษาในอำเภอหรือจังหวัด
นอกจากนี้ยังผลักดันเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจเพื่อชดเชยเศรษฐกิจที่พึ่งพิงแรงงานราคาถูก รวมถึงการส่งเสริมเรื่องมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการในภูมิภาคในไทย (ROH)
การผลักดันเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเรื่องการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็น 2 เรื่องที่ทำมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และดีใจที่มาจบในสมัยที่ได้เป็นปลัดกระทรวงการคลัง ภายใต้การผลักดันของกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง
รวมทั้งการส่งเสริมให้คนด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงแหล่งเงิน ผ่านโครงการ
“แก้หนี้นอกระบบ” และโครงการสินเชื่อต่างๆ เช่นการผลักดันให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐสำหรับยุทธศาสตร์ที่ 2 ได้แก่ ยุทธ ศาสตร์ สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ได้แก่ การออก พ.ร.บ.ภาษีสิ่งแวดล้อม ที่กำลังผลักดันเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ผู้ใดที่ก่อมลพิษผู้นั้นต้องเสียภาษี เป็นการตอบสนองต่อการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ยุทธศาสตร์ที่ 3 ได้แก่ ยุทธศาสตร์การบริหารอย่างมืออาชีพ โดยยึดหลัก FIT มาจาก Firm คือมีความมั่นคง การคำนึงถึงระเบียบวินัยทางด้านการคลัง Innovative คือความทันสมัยด้วยนวัตกรรม เช่น ทำงานแบบไร้กระดาษ และสุดท้าย Transparent จะเน้นที่เรื่องของความโปร่งใส
ส่วนการทำงานร่วมกับกรณ์ รมว.คลังนั้นถือว่ารับลูกกันได้ดี เพราะกรณ์เคยเป็น รมว.คลังเงามาก่อน เมื่อได้เข้ามาเป็น รมว.คลัง จึงไม่เสียเวลามากในการหาข้อมูล กระบวนการตัดสินใจจึงรอบด้าน รวดเร็ว และได้มีการทำการบ้านด้วยการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆเป็นอย่างดี
ผลงานที่ประทับใจมากที่สุด ได้แก่ การทำโครงการไทยเข้มแข็ง เพราะเป็นงานที่เร่งด่วนและท้าทาย เพราะเป็นการวางโครงสร้างการลงทุนที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจ
แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นโครงการที่ไม่มีประสิทธิภาพต่อระบบเศรษฐกิจนัก แต่ถือเป็นเรื่องที่มีการพูดคุยกันก่อนแล้วว่า โครงการไทยเข้มแข็งเป็นมาตรการที่หวังผลกระตุ้นในระยะปานกลาง จึงยังไม่เห็นผลในเร็วๆ นี้
งานที่ฝากถึง อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ ได้ฝากกันทางวาจาแล้วใน 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องการเดินหน้าทำงบประมาณสมดุลในอีก 5 ปีหลังจากนี้ และเรื่องการสร้างค่านิยม FIT ในกระทรวงการคลัง ซึ่งอารีพงศ์รับปากว่า จะจัดให้มีรางวัล FIT AWARD ขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับข้าราชการกระทรวงการคลัง
สถิตย์ กล่าวส่งท้ายว่า ตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังคงเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดในชีวิตแล้ว คงไม่ไปทำงานอื่นที่สูงไปกว่านี้ ถือว่าเป็นการทำงานที่สมบูรณ์ ครบถ้วน แม้จะไม่ได้เดินตามความฝันสมัยยังหนุ่มคือ การเป็นนักหนังสือพิมพ์ แต่โชคชะตาได้นำพา
“สถิตย์” ให้เข้ามารับใช้ประเทศด้วยการเป็นปลัดกระทรวงการคลัง จนเกษียณอายุเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา






