
ผักผลไม้ขึ้นราคา รับเทศกาลเจ คาดเงินสะพัดกว่า 3 หมื่นล้าน
ก่อนเริ่มเทศกาลกินเจปลายสัปดาห์นี้ ราคาผัก ผลไม้ อาหารแห้ง พาเหรดขึ้นราคารอล่วงหน้า คาดปีนี้เงินสะพัด 3.35 หมื่นล้านบาท
ราคาผัก ผลไม้ ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ คะน้า 3537 บาท/กก. จากปีก่อน 3032 บาท กวางตุ้ง 2528 บาท/กก. จาก 1518 บาท ผักกาดหอม 5255 บาท/กก. จาก 4550 บาท ผักกาดขาวปลี 1820 บาท/กก. จาก 1215 บาท กะหล่ำปลี 1820 บาท/กก. จาก 1012 บาท
มะเขือเทศสีดา 2225 บาท/กก. จาก 2022 บาท แตงกวา 1820 บาท/กก. จาก 1215 บาท หน่อไม้ฝรั่ง 9092 บาท/กก. จาก 7075 บาท ข้าวโพดฝักอ่อน 3640 บาท/กก. จาก 3034 บาท ส้มเขียวหวาน 5560 บาท/กก. จาก 5055 บาท
อาหารแห้งและเครื่องปรุง เห็ดหอมขนาดกลาง 340350 บาท/กก. จาก 280300 บาท ฟองเต้าหู้ 200220 บาท/กก. จาก 180200 บาท โปรตีนเกษตร 98100 บาท/กก. จาก 90100 บาท น้ำมันถั่วลิสง 95100 บาท/กก. จาก 8590 บาท
คนที่ไม่กินเจช่วงนี้ก็รับอานิสงส์ราคาสินค้านอกรายการปรับลดลงถ้วนหน้า ได้สบายกระเป๋าในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์ ทั้งประเภทเนื้อหมูเนื้อไก่ กุ้งขาว ไข่เป็ด และไข่ไก่
เฉพาะอย่างยิ่งไข่ไก่ตอนนี้เริ่มราคาตกอย่างหนัก จากก่อนหน้านี้แพงจนผู้บริโภคส่ายหน้าหนีกันเป็นแถว ล่าสุด กรมปศุสัตว์ต้องออกมาร้องของบประมาณจากรัฐ 100 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้รับซื้อไข่ไก่เก็บเข้าห้องเย็นช่วยเหลือเกษตรกรแก้ขัดไปพลางๆ ก่อน รอหมดช่วงเทศกาลกินเจค่อยนำออกมาขาย
เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมจะอยู่ที่ 3.35 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 26.2% เฉลี่ยแต่ละคนมีค่าใช้จ่ายรวม 7,199 บาท เพิ่มขึ้น 10.64% จากปีก่อนอยู่ที่ 6,506 บาทต่อคน เนื่องจากราคาสินค้าแพงขึ้น โดยจำนวนประชาชนที่จะเข้าร่วมกินเจปีนี้คาดว่าจะมากขึ้น 23.1% เพราะส่วนใหญ่มีความตั้งใจจะทำบุญ
เมื่อแยกประเภทค่าใช้จ่าย พบว่าค่าอาหารและกับข้าวเฉลี่ย 313 บาทต่อวันต่อคน เพิ่ม 22.4% โดยสินค้าที่จะซื้อส่วนใหญ่เป็นประเภทผัก ผลไม้ และนมถั่วเหลือง ทำบุญ 1,383 บาทต่อคน เพิ่ม 36% เดินทางไปทำบุญต่างจังหวัด 2,765 บาท เพิ่ม 1.2% และค่าที่พักขณะทำบุญต่างจังหวัด 3,043 บาท เพิ่ม 2.6%
ขณะที่ผลสำรวจสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในทัศนะของประชาชนทั่วไป พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 82.9% คิดว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว โดย 48.3% คิดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นในช่วงกลางปี 2554 ขณะที่ 25.5% คิดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นในช่วงต้นปี 2554 และอีก 23.5% ฟื้นปลายปี 2554
หากเปรียบเทียบเศรษฐกิจปี 2553 กับ 2554 ประชาชนส่วนใหญ่ 46.5% บอกว่าเศรษฐกิจปี 2554 จะดีพอๆ กับปี 2553 ขณะที่อีก 32.4% บอกว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ แสดงว่าในสายตาของประชาชนเศรษฐกิจในปีนี้ยังไม่ฟื้นตัว ประชาชนยังไม่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปีนี้เทศกาลกินเจจะคึกคักมาก เนื่องจากประชาชนพร้อมใช้จ่าย ตั้งใจจะซื้อสินค้าในปริมาณเท่าเดิมและเพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาสินค้าจะสูงขึ้น
สินค้าที่คนต้องการซื้อมีแทบทุกประเภท ยกเว้นอาหารเจแช่แข็ง รวมทั้งจำนวนคนกินเจเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน ตลาดสินค้าอาหารเจในปีนี้จึงมีทิศทางที่ดี
อย่างไรก็ตาม หากสะท้อนถึงภาพเศรษฐกิจเห็นว่ายังฟื้นตัวไม่มาก คนส่วนใหญ่กินเจเพื่อต้องการทำบุญ โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีนี้เป็นการฟื้นตัวของธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ภาคประชาชนยังไม่ได้รับรายได้เป็นกอบเป็นกำ
ปัจจัยที่ยังเป็นความกังวลอยู่ คือ ปัญหาด้านการเมือง ราคาน้ำมัน ค่าครองชีพสูง และราคาสินค้าแพง ส่วนปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้กระทบต่อประชาชน
สำหรับบรรยากาศการซื้อขายสินค้าช่วงเทศกาลกินเจในเขตกรุงเทพฯ จากการสำรวจของกรมการค้าภายในพบว่าไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากฝนตกหนัก ประกอบกับพ่อค้าแม่ค้าไม่กล้าสั่งซื้อสินค้าขายล่วงหน้ามากนัก เพราะรอดูทิศทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญราคาผักสด ผลไม้ อาหารแห้ง และเครื่องปรุงประกอบอาหารเจมีราคาสูงขึ้นเทียบจากปีที่แล้ว เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกบางส่วนประสบปัญหาน้ำท่วม จนทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง
พรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในจัดงานผักสดจากสวนสู่ผู้บริโภคช่วงเทศกาลกินเจ วันที่ 716 ต.ค. เพื่อเชื่อมโยงนำผักผลไม้จากเกษตรกร ชาวสวน รวมถึงอาหารแห้ง เต้าหู้ ซีอิ๊ว เครื่องปรุงที่ใช้ประกอบอาหารเจจำหน่ายโดยตรงให้แก่ผู้บริโภคในราคาถูกกว่าท้องตลาด ที่ตลาดกลางผักและผลไม้ในความส่งเสริมของกรมการค้าภายในตลาดสดสีฟ้า และตลาดสดดีเด่นใน 10 จังหวัด 14 แห่ง เพื่อเป็นทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอย และลดรายจ่ายแก่ประชาชนในช่วงกินเจ
ตลาดที่เข้าร่วม ได้แก่ ตลาดศรีนคร จ.นครสวรรค์ ตลาดไท จ.ปทุมธานี ตลาดศรีนครศรีเมือง จ.ราชบุรี ตลาดย่าโมจ.นครราชสีมา ตลาดสดสีฟ้า จ.กำแพงเพชร ขอนแก่น นครปฐม ปทุมธานี ภูเก็ต กระบี่ และตรัง และตลาดสดในกรุงเทพฯ 3 แห่ง ได้แก่ ตลาดศูนย์การค้ามีนบุรี ตลาดอ่อนนุชเฟรชมาร์ท และตลาดยิ่งเจริญ และจะมีการเปิดงานในวันที่ 8 ต.ค.นี้ ที่ จ.ปทุมธานี







