
ธุรกิจอาหารพลิกโฉม
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์"แคมป์เบลล์" ผู้ผลิตซุปกระป๋องรายใหญ่ และ "เฮอร์ชีย์" แบรนด์ขนมช็อกโกแลตชื่อดังกลายเป็นสองบริษัทล่าสุดในอุตสาหกรรมอาหารที่เข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในปีนี้ ท่ามกลางรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
"แคมป์เบลล์" ผู้ผลิตซุปกระป๋องรายใหญ่ และ "เฮอร์ชีย์" แบรนด์ขนมช็อกโกแลตชื่อดังกลายเป็นสองบริษัทล่าสุดในอุตสาหกรรมอาหารที่เข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในปีนี้ ท่ามกลางรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
แคมป์เบลล์ เขาซื้อ "สไนเดอร์ส- แลนซ์" ผู้ผลิตมันฝรั่งแผ่นรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐด้วยมูลค่า 4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.56 แสนล้านบาท) หลังความนิยมในอาหารสำเร็จรูปปรับตัวลดลง เนื่องจาก ผู้บริโภคหันมาสนใจกับวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติและสดใหม่มากขึ้น โดยสินค้าส่วนใหญ่ของสไนเดอร์ส-แลนซ์ไม่ใส่สารแต่งกลิ่น ไขมันไม่อิ่มตัว และยังใช้ชีสที่ไม่ได้ทำจากนม ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่
ไม่ใช่ครั้งแรกที่แคมป์เบลล์เข้าหาผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคนิยมในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ แคมป์เบลล์เข้าซื้อ "แปซิฟิกฟู้ด" ผู้ผลิตซุปออร์แกนิกจากโอเรกอน ด้วยวงเงิน 700 ล้านดอลลาร์ และลงทุนอีก 10 ล้านดอลลาร์ ใน "เชฟ" สตาร์ทอัพชุดปรุงอาหารสำเร็จ (มีลคิท) เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ของ แคมป์เบลล์ลงไปในชุดปรุงและสูตรของเชฟอีกด้วย
ขณะเดียวกัน เฮอร์ชีย์ทุ่มเงิน 921 ล้านดอลลาร์ ซื้อแอมพลิฟาย สแน็ค แบรนด์ เจ้าของสกินนี่ป๊อป ขนมป๊อปคอร์น หลังยอดขายช็อกโกแลตของ เฮอร์ชีย์ปรับลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันหน้าหนีจากขนมหวาน โดยเฉพาะช็อกโกแลตราคาย่อมเยา แต่ขนมรสชาติเค็มอย่างป๊อปคอร์นหรือมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบยังคงได้รับความนิยมอย่างเหนียวแน่นในสหรัฐ
การเข้าซื้อดังกล่าวของเฮอร์ชีย์ เกิดขึ้นหลังจากบริษัทปฏิเสธข้อเสนอขอซื้อกิจการจากมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ผู้ผลิตโอริโอ้ เมื่อเดือน ส.ค. 2016
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมอาหารและขนมที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด โดยข้อมูลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่า ในปีนี้มีการซื้อขายกิจการใน ภาคส่วนดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วถึง 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในสหรัฐ ปรับขึ้น 54% จากปีก่อน โดยยังไม่นับดีลใหญ่ที่ล้มไประหว่าง "คราฟต์-ไฮนซ์" ผู้ผลิตซอสปรุงรส และ "ยูนิลีเวอร์" เครือสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ มูลค่า 1.42 แสนล้านดอลลาร์
เมื่อพิจารณาจากยอดขายของ ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของสหรัฐ 10 แห่ง ซึ่งปรับลดลงมา 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา จึงไม่แปลกที่จะ เกิดการปรับเปลี่ยนในอุตสาหกรรมขึ้น
กระแสการปรับธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคนี้ จะยังคงยืนยาวไปจนถึงปี 2018 เนื่องจาก ยังมีบางดีลที่ยังไม่สามารถปิดลงได้ เช่น "เนสท์เล่" ที่พยายามขายธุรกิจขนมหวาน และหันไปโฟกัสกับธุรกิจกาแฟและสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยมีเฮอร์ชีย์เป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสเข้ามาซื้อ n







