posttoday
‘อินเดีย’ รุกอาเซียน กระจายอำนาจคาน ‘จีน’

‘อินเดีย’ รุกอาเซียน กระจายอำนาจคาน ‘จีน’

14 ธันวาคม 2560

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์ทุกสายตาของโลกกำลังจับจ้องและประเมินผลได้ผลเสียจากโครงการ "1 แถบ 1 เส้นทาง" (One Belt One Road) หรือเส้นทางการค้าที่ครอบคลุมเอเชียและยุโรป โดยมี "จีน" เป็นจุดศูนย์กลางอย่างไม่วางตา ซึ่งจีนจริงจังกับโครงการดังกล่าวมาก ถึงขั้นบัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญของพรรคคอมมิวนิสต์

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ทุกสายตาของโลกกำลังจับจ้องและประเมินผลได้ผลเสียจากโครงการ "1 แถบ 1 เส้นทาง" (One Belt One Road) หรือเส้นทางการค้าที่ครอบคลุมเอเชียและยุโรป โดยมี "จีน" เป็นจุดศูนย์กลางอย่างไม่วางตา ซึ่งจีนจริงจังกับโครงการดังกล่าวมาก ถึงขั้นบัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญของพรรคคอมมิวนิสต์

เพราะนอกจากจะเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนแล้ว ยังเป็นการ "แผ่อิทธิพล" ในฉบับแดนมังกรที่ไม่มีผู้ใดสามารถมองข้ามไปได้

อย่างไรก็ตาม "อินเดีย" หนึ่งในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพมหาศาล ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการประชุมโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทาง ที่จัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจาก "ไม่พอใจ" ในโครงการดังกล่าวที่ประกอบไปด้วยระเบียงเศรษฐกิจระหว่างจีนและปากีสถานนั้น ไปพาดผ่านบริเวณแคชเมียร์ พื้นที่พิพาทระหว่างอินเดียและปากีสถาน

ความไม่พอใจดังกล่าว ผนวกกับความเป็นคู่แข่งด้านอิทธิพลในเอเชียใต้อย่างเนปาลและปากีสถาน และตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนมาอย่างยาวนาน จึงไม่แปลกที่นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย ซึ่งขึ้นรับตำแหน่งในปี 2014 จะมีนโยบาย "แอคอีสต์" หรือนโยบายสานสัมพันธ์กับอาเซียนและเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่น

นอกจากนี้ แม้อินเดียจะยังคงเปิดรับการลงทุนจากจีนอยู่ แต่ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นทางชายแดนก็ไม่อาจมองข้าม โดยหนังสือพิมพ์เซาท์ ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า จีนกำลังเสริมกำลังทหารในชายแดนใกล้กับเขต "ดอกลัม" (Doklam) ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างจีน อินเดีย และภูฏาน และเคยเกิดเหตุที่ทหารอินเดียและจีนเผชิญหน้ากันไปก่อนยุติลงเพื่อการประชุมกลุ่มบริกส์เมื่อเดือน ก.ย.

การพยายามแผ่อิทธิพลของอินเดียในครั้งนี้ คล้ายคลึงกับจีนที่ใช้การค้าและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเข้าผูกมิตร โดยอินเดียได้จัดงานประชุมความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียน-อินเดีย เมื่อวันที่ 11-12 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อระหว่างอินเดียอาเซียน รวมถึงเพิ่มความเชื่อมโยงด้านดิจิทัล

ภายในการประชุมดังกล่าว อินเดียเสนอวงเงินสินเชื่อให้กับอาเซียน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) เพื่อการลงทุนสร้างความเชื่อมโยงทั้งถนน อากาศ และทางทะเล รวมถึงยังประกาศเตรียมลงทุน 77 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,464 ล้านบาท) เพื่อสร้างฮับการผลิตของอินเดียในเขตซีแอลเอ็มวี ซึ่งได้แก่กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนามด้วย

อินเดียยังเดินหน้าโครงการสร้างทางหลวงเชื่อมรัฐมณีปุระ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มายังเมืองตามูของเมียนมา ชายแดนระหว่างกัน ก่อนเชื่อมต่อมายังแม่สอดของประเทศไทย โดยอินเดียยังเตรียมจะขยายโครงการสร้างทางหลวงดังกล่าวให้ไปไกลกว่าแม่สอดของไทย ไปยังกัมพูชา ลาว และเวียดนาม ซึ่งได้เริ่มพูดคุยกับรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นไปบ้างแล้ว

นอกจากนี้ ในด้านการสานสัมพันธ์ทางการเมือง อินเดียยังได้เชิญผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เข้าร่วมงานวันชาติอินเดียที่จัดขึ้นทุกวันที่ 26 ม.ค.ของทุกปี โดยในงานนี้ศิลปินจากอาเซียนจะร่วมการแสดง "รามายณะ" อันเป็นวัฒนธรรมร่วมที่เป็นสะพานระหว่างอินเดียและอาเซียน

อาเซียนยังนับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในยุทธศาสตร์ "อินโด-แปซิฟิก" ซึ่งได้รับการพูดถึงเพิ่มขึ้นมาหลังสหรัฐหันมาใช้คำเรียกชื่อดังกล่าวแทน "เอเชีย" เพื่อเปลี่ยนจุดศูนย์กลางความสนใจให้พ้นไปจากจีน เป็นอินเดียและประเทศอื่นๆ แทน โดยยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก มีญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย เป็นแกนนำหลักก่อนหน้าที่สหรัฐจะเข้าร่วมวง

ในงานประชุมความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียน-อินเดีย เมื่อวันที่ 11-12 ธ.ค.ที่ผ่านมา นอกเหนือจากภูมิภาคและประเทศซึ่งเป็นเจ้าของชื่องานแล้ว องค์กรเพื่อประสานการลงทุนหลักของญี่ปุ่นอย่างองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ต่างเข้าร่วมงานดังกล่าวเช่นกัน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับอินเดียและอาเซียน

นอกจากนี้ 3 ประเทศริเริ่มสำคัญของอินโด-แปซิฟิก ได้แก่ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย เพิ่งพบปะพูดคุย สามฝ่ายไปเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา และระบุว่า อาเซียนเป็นใจกลางสำคัญในด้านการเมืองของความมั่นคงของอินโด-แปซิฟิก โดยจำเป็นต้องเพิ่มความร่วมมือกับอาเซียนในด้านความมั่นคงทางทะเล และการช่วยเหลือภัยพิบัติ

ในด้านความมั่นคงทางทะเลเรียกได้ว่าเป็นการใช้ประโยชน์ในความสัมพันธ์แบบ "ทั้งรักทั้งเกลียด" ระหว่างจีนและอาเซียน เมื่อหลายชาติในอาเซียน ซึ่งรวมถึงเวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างพิพาทกับจีน หลังต่างอ้างกรรมสิทธิ์พื้นที่ในทะเลจีนใต้ โดยหนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ของสิงคโปร์ รายงานว่า หลายชาติซึ่งรวมถึงสิงคโปร์ ต่างพยายามกระตุ้นให้อินเดียเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้มากขึ้น เพื่อคานอำนาจกับจีน

กระนั้น อาเซียนก็ได้รับประโยชน์จากการลงทุนของจีนอย่างมหาศาลเช่นกัน ดังนั้นการแข่งกันสร้างอิทธิพลในภูมิภาคนี้จึงเป็นไปอย่างเข้มข้น และไม่มีทีท่าจะได้ประกาศตัว "ผู้ชนะ" ในเร็ววันนี้ n

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก