posttoday
เพิ่มจุดสว่าง สู่สังคมไร้คอร์รัปชั่น (จบ)

เพิ่มจุดสว่าง สู่สังคมไร้คอร์รัปชั่น (จบ)

14 ธันวาคม 2560

พิษณุ พรหมจรรยา ที่ปรึกษาการประชาสัมพันธ์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD)ในบทความสองตอนแรกได้เล่าถึงสิ่งที่กูรูด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่นระดับโลก และผู้นำในภาคธุรกิจได้มาแบ่งปันให้เราฟังในงานสัมมนาประจำปีของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) หัวข้อ "Bright Spot : จุดประกายเพื่อนำทางไปสู่สังคมที่ปราศจากคอร์รัปชั่น" ซึ่งจัดขึ้นปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาไปแล้ว วันนี้จะมาเล่าต่อถึงช่วงที่ 3 ของงานที่ใช้ชื่อว่า "Game Changer" ซึ่งจะมีคนทำงานตัวจริงเสียงจริงมาเล่าถึง "จุดสว่าง" ที่เกิดขึ้นแล้วในบ้านเรา

พิษณุ พรหมจรรยา ที่ปรึกษาการประชาสัมพันธ์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD)

ในบทความสองตอนแรกได้เล่าถึงสิ่งที่กูรูด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่นระดับโลก และผู้นำในภาคธุรกิจได้มาแบ่งปันให้เราฟังในงานสัมมนาประจำปีของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) หัวข้อ "Bright Spot : จุดประกายเพื่อนำทางไปสู่สังคมที่ปราศจากคอร์รัปชั่น" ซึ่งจัดขึ้นปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาไปแล้ว วันนี้จะมาเล่าต่อถึงช่วงที่ 3 ของงานที่ใช้ชื่อว่า "Game Changer" ซึ่งจะมีคนทำงานตัวจริงเสียงจริงมาเล่าถึง "จุดสว่าง" ที่เกิดขึ้นแล้วในบ้านเรา

จุดสว่างจุดแรกมีการนำเสนอโดยคุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนคือ การประสานความร่วมมือของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ในประเทศไทย 11 แห่ง ซึ่งต่างทยอยออกกองทุน CG Fund (กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย) เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุน โดยอิงจากพื้นฐานความเชื่อที่ว่า บริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีย่อมสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

ในปัจจุบันมีหุ้นที่เข้าข่ายที่ CG Fund ของ บลจ.ต่างๆ เลือกเข้าลงทุนได้ทั้งหมด 150 ตัวด้วยกัน ซึ่งเกณฑ์สำคัญในการเลือกประกอบด้วย

1) ได้คะแนน CGR จากสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD) 4 ดาวขึ้นไป

2) ผ่านการรับรองจากโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC)

ความริเริ่มของนักลงทุนสถาบันในประเทศไทยในเรื่องนี้ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าการลงทุนในตลาดทุน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีประเทศไหนเลยในโลกที่ บลจ.ในประเทศจะจับมือกันออกกองทุนที่เน้นลงทุนเฉพาะหุ้นของบริษัทที่ยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงมีนโยบายและแนวปฏิบัติชัดเจนในการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้

การที่นักลงทุนหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กิจการที่อยู่ในตลาดทุนจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตามไปด้วย ซึ่งช่วยยกระดับการกำกับดูแลกิจการของธุรกิจในประเทศไทยให้สูงขึ้น

จุดสว่างถัดมา คุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอิศรา กล่าวถึงการทำหน้าที่ของสื่อประเภทสืบสวนสอบสวน (Investigative Media) ซึ่งเป็นสื่อที่คอยทำหน้าที่เปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยทำการค้นหาข้อเท็จจริงและหลักฐานเชิงลึก มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล และนำเสนอเพื่อให้ประชาชนรับรู้ และเกิดการดำเนินการทั้งด้านการปราบปรามและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งในแง่นี้สำนักข่าว อิศราถือเป็นหนึ่งในสำนักข่าวที่ทำหน้าที่รายงานข่าวด้านนี้อย่างต่อเนื่อง และในหลายปีที่ผ่านมาก็ได้ทำการเปิดโปงกรณีทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งภายในหน่วยงานภาครัฐและบริษัทเอกชนแล้วมากมาย

คุณประสงค์ กล่าวถึงการบริโภคสื่อในปัจจุบันว่า ผู้บริโภคยุคนี้ใช้ช่องเสพข่าวสารผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก เน้นความเร็วและเนื้อหาสั้นกระชับ ดังนั้นสื่อสมัยใหม่เน้นแข่งขันความเร็ว แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพของเนื้อหา ข้อเท็จจริง และความถูกต้อง ดังนั้นผู้เสพสื่อในสังคมก็ไม่ได้รับข่าวสารและข้อเท็จจริงที่มีคุณภาพ

หาก Investigative Media ของไทยได้รับการสนับสนุน และสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็งก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการช่วยขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น เนื่องจากการเปิดโปงการโกงจะทำให้ภาครัฐโปร่งใส มากขึ้น และจะส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทไทยลดลง เพราะไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ

จุดสว่างต่อมาคือผลการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมของ ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง ซึ่งพบว่าจากเกมทดลองพฤติกรรมในกลุ่มตัวอย่าง 4 จังหวัด ใน 4 ภาคของประเทศไทย สามารถสรุปคุณลักษณะที่สำคัญของคนไทยย่อๆ ได้ดังนี้

1) คนไทยยินดีให้รางวัลกับคนทำดี แต่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการลงโทษคนที่ทำผิด

2) คนไทยให้ความสำคัญกับการเป็นคนสำคัญมากกว่าความเป็นธรรม

จากเกมทดลองพฤติกรรมข้างต้น ดร.ธานี ให้ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างเสริมความเป็นธรรมในสังคมไทยที่เหมาะสมตามคุณลักษณะของคนไทย ดังนี้

1) ควรจัดให้มีระบบการบริจาคเพื่อสนับสนุนองค์กรที่ทำดี หรือจัดให้มีการให้รางวัลแก่กิจการที่ทำธุรกิจอย่างโปร่งใส ปลอดการทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น การติดฉลากเพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ

2) ควรให้ผู้มีชื่อเสียงของสังคมทำหน้าที่เป็น Influencer ด้านความเป็นธรรมในกลุ่มสังคมต่างๆ โดยอาจเริ่มจากกลุ่มสังคมเล็กๆ เพื่อสร้างกระแส ก่อนที่จะขยายผลออกไปสู่สังคมในวงกว้าง

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในบ้านเมืองเราเป็นปัญหาใหญ่ที่สะสมมานาน การจะแก้ปัญหาให้หมดแบบปลิดทิ้งในทันทีเป็นเรื่องที่แทบเป็นไป ไม่ได้ สิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องร่วมกันทำคือ พยายามปรับปรุงระบบและกลไกต่างๆ ทั้งด้านของภาครัฐและเอกชน เพื่อลดเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นขึ้นมา เช่น ลดขั้นตอนในการติดต่อราชการ ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ใช้การยื่นเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Document) เพื่อขึ้นเพื่อลดการติดต่อแบบ Face-to-Face กับเจ้าหน้าที่ ในขณะที่ภาคเอกชนก็ต้องมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการต่อต้านการจ่ายสินบน

เราเริ่มเห็นจุดสว่างเกิดขึ้นในด้านต่างๆ แล้ว มาช่วยกันขยาย แสงสว่างของจุดสว่างที่มีอยู่ และช่วยกันสร้างจุดสว่างใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น เพื่อนำพาให้สังคมไทยของเราพัฒนาไปสู่สังคมที่ปลอดการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วยกันนะครับ n

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก