posttoday
เอกชนจี้รัฐดูแลค่าเงินบาทช่วยผู้ประกอบการ

เอกชนจี้รัฐดูแลค่าเงินบาทช่วยผู้ประกอบการ

04 ตุลาคม 2553

เอกชนวอนรัฐเร่งดูแลค่าเงินบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการ แย้งนโยบายรัฐให้ออกไปลงทุน หาตลาดใหม่ และซื้อเครื่องจักร เป็นมาตรการระยะยาว ผู้ประกอบการทำในทันทีไม่ได้

เอกชนวอนรัฐเร่งดูแลค่าเงินบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการ แย้งนโยบายรัฐให้ออกไปลงทุน หาตลาดใหม่ และซื้อเครื่องจักร เป็นมาตรการระยะยาว ผู้ประกอบการทำในทันทีไม่ได้

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เอกชนต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทอย่างเร่งด่วน  เพราะค่าเงินที่ระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐถือว่าแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาค ขณะที่คู่แข่งทางการค้าอย่างเวียดนาม เกาหลีใต้ และจีนค่าเงินอ่อนกว่าของไทยแทบทั้งหมด ยกเว้นประเทศมาเลเซียเท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแข่งขันได้

ทั้งนี้ รัฐบาลจึงควรมีมาตรการแก้ไขหรือช่วยเหลือผู้ส่งออก โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่ผลิตสินค้าที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก

“รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยมีคนที่มีความรู้ความสามารถมากมายก็น่าจะหาวิธีช่วยเหลือผู้ประกอบการที่กำลังจะตายได้  ซึ่งควรจะทำมากกว่าการให้ข่าวที่ทำให้ผู้ประกอบการท้อแท้ หรือแม้กระทั่งการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้น ทุกอย่างที่เอกชนพูดก็พูดไปตามความจริง ตามผลกระทบที่ได้รับ ถ้ารัฐบาลหรือธปท.ไม่แก้ไขก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แค่ขอให้เข้ามาช่วยดูแล" นายดุสิต กล่าว

สำหรับอัตราค่าเงินบาทที่เหมาะสมจะเป็นเท่าไหร่ก็ได้ ขอให้อยู่ในระดับที่แข่งขันกับประเทศคู่ค้าได้ เพราะหากแข็งค่าขึ้นเท่ากันแต่เอกชนอยู่ไม่ได้ ก็เท่ากับว่ามีไม่ความสามารถเอง ส่วนการที่รัฐบาลมีข้อเสนอแนะให้เอกชนปรับตัวทุกวันนี้ก็ทำกันอยู่แล้ว แต่นโยบายให้ออกไปลงทุนต่างประเทศ หรือหาตลาดใหม่ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำได้ในระยะสั้น ต้องใช้เวลาเป็นปีในการดำเนินงานกว่าจะได้คู่ค้า และทำการค้าร่วมกัน ส่วนการใช้โอกาสนี้ไปซื้อเครื่องจักรเข้ามาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ผู้ประกอบการที่มีปัญหาอยู่ในตอนนี้เชื่อว่าคงไม่อยากซื้อเครื่องจักรใหม่แน่นอน

นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาแทรกแซงค่าเงินมากกว่าเข้ามาแทรกแซงค่าแรงขั้นต้ำ รวมทั้งยังมีนโยบายจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2% จาก 1.75% ในปัจจุบัน ก็จะยิ่งส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น ค่าเงินก็จะยิ่งแข็งค่าขึ้นมากกว่านี้

ทั้งนี้ การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายเล็ก (เอสเอ็มอี) ก่อน เนื่องจากราคาสินค้าของไทยจะแพงขึ้นในสายตาของลูกค้า ส่วนกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสายพานยาวกว่าก็จะสามารถปรับตัวได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ