
ความจริงที่ผู้จัดการกองทุนไม่อยากให้คุณรู้ (2)
ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูรบลจ.บางกอกแคปปิตอลคําเตือนในเอกสารการขายกองทุนที่นักลงทุนเห็นอยู่ตลอดว่า "ผลตอบแทนในอดีตไม่ใช่สิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต" ดูเหมือนจะมีไว้เป็นเพียงคำเตือนที่ไม่ค่อยมีนักลงทุนหรือแม้แต่พนักงานขายคนไหนใส่ใจในความหมายของมันมากนัก กลายเป็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนที่มีอัตราผลตอบแทนดีที่สุดในอดีตด้วยความรู้สึกว่าผู้จัดการกองทุนฝีมือดีย่อมสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนอื่นอย่างสม่ำเสมอ
ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูรบลจ.บางกอกแคปปิตอล
คําเตือนในเอกสารการขายกองทุนที่นักลงทุนเห็นอยู่ตลอดว่า "ผลตอบแทนในอดีตไม่ใช่สิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต" ดูเหมือนจะมีไว้เป็นเพียงคำเตือนที่ไม่ค่อยมีนักลงทุนหรือแม้แต่พนักงานขายคนไหนใส่ใจในความหมายของมันมากนัก กลายเป็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนที่มีอัตราผลตอบแทนดีที่สุดในอดีตด้วยความรู้สึกว่าผู้จัดการกองทุนฝีมือดีย่อมสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนอื่นอย่างสม่ำเสมอ
วันนี้เราจะมาดูข้อมูลให้ชัดกันไปเลยว่า กองทุนที่ชนะคู่แข่งในอดีตนั้นจะสามารถเอาชนะคู่แข่งต่อไปในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องจริงหรือไม่
สาเหตุที่เราสนใจหาคำตอบนี้ เนื่องจากในบทความตอนที่แล้วเราได้เห็นผลการศึกษาผลตอบแทนของกองทุนหุ้นไทยย้อนหลัง 1 ปี 3 ปี 5 ปี และ 10 ปี พบว่ามีกองทุนส่วนน้อยมากที่สามารถเอาชนะดัชนีผลตอบแทนรวมปันผลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ในระยะยาว ด้วยค่าธรรมเนียมและต้นทุนการบริหารต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการบริหารกองทุน ด้วยเหตุนี้วิธีที่นักลงทุนจะสามารถลงทุนในกองทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดต้องเกิดจากการเลือกกองทุนในการลงทุนที่เอาชนะคู่แข่งได้อย่างสม่ำเสมอนั่นเอง
เราพยายามหาคำตอบนี้จากการศึกษาข้อมูล โดยในทุกๆ ปีเราแบ่งกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทยออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุด 25% แรกของกองทุนรวมหุ้นไทยทั้งหมด หรือก็คือ ควอร์ไทล์แรก เป็นกลุ่มที่ 1 และกองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้สูงรองลงมาอีกจำนวน 25% เป็นกลุ่มที่ 2 และต่อรองลงมาอีก 25% เป็นกลุ่มที่ 3 และกลุ่มสุดท้ายที่สร้างผลตอบแทนต่ำที่สุดอีกจำนวน 25% เป็นกลุ่มที่ 4
เมื่อติดตามดูผลการดำเนินงานของกองทุนรวมทั้ง 4 กลุ่มนี้ แบบปีต่อปี โดยเทียบมาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปี 2016 จะพบว่า กองทุนที่อยู่ในกลุ่มที่ 1 หรือกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าคู่แข่งในอดีตนั้น มีโอกาสเกินกว่า 50% ที่จะสร้างอัตราผลตอบแทนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่งในปีต่อไป
ในขณะที่กองทุนกลุ่มที่ 4 ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนแพ้คู่แข่งในอดีตนั้นกลับให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม คือ มีโอกาสเกิน 50% ที่จะกลับมาเป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่งในปีต่อไป และแม้เราจะติดตามดูผลการดำเนินงานแบบติดต่อกัน 3 ปี ก็ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน
ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าความสามารถที่จะมีผลตอบแทนชนะคู่แข่งในอดีตนั้นไม่ได้สะท้อนความสามารถที่จะเอาชนะคู่แข่งในอนาคต กองทุนที่เคยชนะคู่แข่งในอดีตกลับมีโอกาสมากกว่าที่จะกลายเป็นผู้แพ้ในอนาคต ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ด้วยเหตุผล 2 อย่าง คือ 1.ผู้จัดการกองทุนนั้นไม่ได้มีศักยภาพที่จะสร้างอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าคนอื่นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
หรือ 2.ผู้จัดการกองทุนที่เก่งจริงๆ นั้นได้ย้ายบริษัทไปดูแลกองทุนที่บริษัทอื่นแทนเรื่อยๆ ซึ่งคุณก็ไม่เคยรู้เลยว่าผู้จัดการกองทุนที่เก่งจริงๆ นั้นเป็นใคร และตอนนี้เขาได้ย้ายไปอยู่ที่ไหนแล้ว
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ข้อสรุปที่ได้คือ การจะเลือกกองทุนรวมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ทุกคนคิดกัน เพราะจริงๆ แล้วการเลือกกองทุน คือ การเลือกผู้จัดการกองทุนที่ใช่ การเลือกนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงหรือผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนถ้าผู้จัดการกองทุนมีการเปลี่ยนมือ ถึงแม้ว่ารายชื่อผู้จัดการกองทุนจะได้รับการเปิดเผย แต่นักลงทุนน้อยคนนักที่จะสนใจทำความรู้จักผู้จัดการกองทุนและความสามารถในอดีตของพวกเขาเหล่านั้น
นอกจากนี้แล้วการเข้าถึงข้อมูลของผู้จัดการกองทุนว่ามีสไตล์การลงทุนเป็นอย่างไรและมีความสามารถในการลงทุนขนาดไหนนั้นเป็นเรื่องที่ยากและขาดข้อมูลที่เพียงพอ
วันนี้จึงอยากนำเสนอทางเลือก ในการลงทุนที่อาจตอบโจทย์ได้ดีกว่าสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ไม่มีเวลา มาศึกษากองทุนให้เข้าถึงระดับตัวคนบริหารกอง กองทุนประเภทนี้คือ กองทุนดัชนีที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนตามดัชนี กลยุทธ์การลงทุนแบบนี้เป็นกลยุทธ์เชิงรับที่กองทุนมักจะถือสินทรัพย์ในกองตามองค์ประกอบของดัชนีตลอดเวลา
ตัวอย่างเช่น กองทุนดัชนี SET100 จะลงทุนในหุ้นทั้งร้อยตัวตามสัดส่วนที่อยู่ในดัชนี ซึ่งส่งผลให้กองทุนมีธุรกรรมการซื้อขายต่ำเนื่องจากดัชนีมีการปรับน้ำหนักหุ้นปีละสองครั้งเท่านั้น และด้วยค่าธรรมเนียมการจัดการที่ต่ำกว่า ทำให้กองทุนดัชนีมักมีผลตอบแทนที่ใกล้เคียงตลาดอย่างมาก
ผลการวิจัยข้างต้นชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ที่ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่จะไม่สามารถเอาชนะกองทุนดัชนีนี้ได้ในระยะยาว เรียกกันได้ว่าลงทุนในกองทุนดัชนีได้แบบไม่ต้องคิดมาก ลงแล้วสบายใจว่าไม่ต้องกลัวเลือกผู้จัดการกองทุนผิดคน หรือต้องคอยตามการย้ายงานของผู้จัดการกองทุนที่เราพอใจผลการดำเนินงาน
จริงๆ แล้วข้อดีและผลการดำเนินงานของกองทุนดัชนีที่กองทุนอื่นๆ จะเอาชนะได้ยากนั้นเป็นที่ประจักษ์ในหมู่นักลงทุนทั่วโลกเป็นอย่างดี เอาไว้ในตอนหน้าเราจะมาดูแนวโน้มการลงทุนดัชนีที่กลายเป็น Global mega trend ในด้านการลงทุนทุกวันนี้กันครับ







