posttoday
ผลกระทบของหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ต่อตลาดแรงงาน

ผลกระทบของหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ต่อตลาดแรงงาน

10 ธันวาคม 2560

อนุสรณ์ ธรรมใจสรุปคำบรรยายงานสัมมนาทางวิชาการองค์กรแรงงานระหว่างประเทศผลกระทบของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ต่อตลาดแรงงานและระบบ การสัมมนาทางวิชาการ ตลาดแรงงานและโอกาสมีงานทำในอนาคต เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2560 จัดโดย องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ(ไอแอลโอ) และสภาองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

อนุสรณ์ ธรรมใจ

สรุปคำบรรยายงานสัมมนาทางวิชาการองค์กรแรงงานระหว่างประเทศผลกระทบของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ต่อตลาดแรงงานและระบบ การสัมมนาทางวิชาการ ตลาดแรงงานและโอกาสมีงานทำในอนาคต เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2560 จัดโดย องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ(ไอแอลโอ) และสภาองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

การวิจัยระบุว่า คนจะตกงานจำนวนมากจากหุ่นยนต์อัตโนมัติที่ต้องมาทำงานแทนที่ โดยเฉพาะในรายงานของ "สำนักวิจัย แมคคินซีย์ โกลเบิล" ระบุว่าจะมีคนมากกว่า 800 ล้านคนจากทั่วโลกต้องสูญเสียตำแหน่งงานให้กับหุ่นยนต์อัตโนมัติระหว่างปี ค.ศ. 2016-2030 หรือคิดเป็นผลกระทบ ต่อคนประมาณ 1 ใน 5 ของตลาดแรงงาน เนื่องจากถูกหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่ และแรงงานจำเป็นต้องไปฝึกทักษะใหม่ๆ เพื่อทำหน้าที่ในการควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติมากขึ้น หรืองาน ที่เกี่ยวพันกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ตำแหน่งงานที่ต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกัน จะได้ ผลกระทบน้อยกว่า นอกจากนี้งานบางประเภทที่ต้องใช้ทักษะทางอารมณ์ ทักษะทางสังคมและความคิดสร้างสรรค์ยังไม่สามารถถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีได้ แต่การนำระบบ หุ่นยนต์มาใช้ในระบบเศรษฐกิจอาจกดดันให้ค่าแรงลดลงโดยเฉลี่ย 0.5% เป็นอย่างน้อย

ทั้งนี้ ไอแอลโอ ประเมินว่า ใน 2 ทศวรรษข้างหน้า ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ จะส่งต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อตำแหน่งงาน การจ้างงานและกิจการต่างๆ ในประเทศไทย ไอแอลโอประมาณว่า 44% ของ การจ้างงาน (กว่า 17 ล้านตำแหน่ง) ในไทยเผชิญความเสี่ยงสูงจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร พนักงานเคาน์เตอร์และพนักงานตามเครือข่ายสาขาต่างๆ (ซึ่งเครือข่ายสาขาอาจปิดลงจากการเพิ่มขึ้นของการทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์มากขึ้นตามลำดับ)

อย่างไรก็ตาม แรงงานทั่วโลก รัฐบาล นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องหันมาให้ความสนใจในการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อวางแผนรับมือกับภาวะดังกล่าว ต้องมีการออกแบบระบบเศรษฐกิจใหม่เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เกิดความเป็นธรรม สร้างระบบแรงงาน ตลาดแรงงานที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดย ไม่ขัดขวางความก้าวหน้าของนวัตกรรม เรากำลังอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านการ อภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่นเดียวกับที่โลกเคยเผชิญมาแล้ว ในช่วงปฏิวัติ (อภิวัฒน์) อุตสาหกรรมครั้งแรกตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 18 ต่อเนื่องเรื่อยมา เริ่มตั้งแต่อุตสาหกรรม 1.0 จนถึงอุตสาหกรรม 4.0

การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การแพร่กระจายตัวอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยุคอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) กำลังปรับโฉมหน้าทุน นิยมโลกาภิวัตน์รอบใหม่ พลิกโฉมเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบบการผลิต ระบบห่วงโซ่อุปทาน การตลาดและการเข้าถึงผู้บริโภค ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อระบบแรงงาน ตลาดแรงงาน มาตรฐานแรงงาน ทรัพยากรมนุษย์อย่างมาก โดยเฉพาะระบบการผลิตและระบบเศรษฐกิจที่ใช้ระบบอัตโนมัติของเครื่องจักรสมองกลอัจฉริยะที่สามารถทำหน้าที่และทำงานแทนคนจำนวนมาก ด้วยความแม่นยำที่มากกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า

ในขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาต่างๆ จึงต้องเร่งส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพที่สามารถเป็นฐานในการสร้างนวัตกรรมและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมทั้งปรับปรุงรูปแบบวิธีการเรียนการสอน ตลอดจนเทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อให้แรงงานไทยสามารถทำงานได้ในตลาดแรงงานที่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทรัพยากรมนุษย์เหล่านี้ต้องทำงานกับระบบอัตโนมัติมากขึ้น ทำงานกับหุ่นยนต์และสมองกลอัจฉริยะ ระบบเสมือนจริง และระบบออนไลน์ได้ทำให้ระบบการผลิต ระบบการกระจายสินค้าและ ห่วงโซ่อุปทานเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเก่าและทำให้กิจการอุตสาหกรรมและการจ้างงานจำนวนหนึ่งหายไป

เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) กำลังเป็นแนวโน้มแห่งอนาคตเช่นเดียวกัน แนวคิดในการแชร์การใช้โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเป็นเจ้าของสิ่งที่ใช้ โดยชี้ประเด็นว่าสังคมที่เน้นการเป็นเจ้าของทุกสิ่งอย่างได้สร้างสังคมที่ผู้คนล้วนมีหนี้สินเกินตัว สะสมเกินพอดี อันนำมาสู่วิกฤตของระบบทุนนิยมโลก การบริโภคร่วมกัน (Collaborative Consumption) ที่ปัจเจกบุคคลเป็น ผู้ขายตรงและเป็นผู้บริโภคตรง (P2P) แต่ละบุคคลเป็นได้ทั้งผู้ซื้อหรือผู้ขาย แล้วแต่ว่าต้องการเป็นบทบาทใด ในเวลาใด โมเดลธุรกิจแบบนี้ ส่งผลต่อพฤติกรรมในการตัดสินใจว่าจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินโดยตรงหรือว่าเช่าใช้ สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อยอดขายสินค้า ตลาดแรงงาน การจ้างงาน อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานสู่ความต้องการแรงงานที่มีความรู้ ขณะเดียวกันการก้าวสู่สังคม ผู้สูงอายุ การลดลงของภาวะเจริญพันธุ์ทำให้ขาดแคลนแรงงาน ระบบเศรษฐกิจจำเป็นต้องใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์และสมองกลอัจฉริยะในการทำงานและในระบบการผลิตมากขึ้น

ต้องทำให้ "มนุษย์" ทำงานร่วมกับ "หุ่นยนต์" และ "สมองกลอัจฉริยะ" ได้อย่างผสมกลมกลืน ซึ่งต้องอาศัยระบบมาตรฐานแรงงาน ลักษณะตลาดแรงงานและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตาม พลวัตเหล่านี้ต้องปรับตัวสู่การทำงานและการผลิตที่ใช้ Capital Intensive and Knowledge Intensive Investment การปฏิรูปการศึกษาต้องตั้งโจทย์ว่า ประเทศต้องการคนแบบใดในอนาคต ระบบการศึกษาต้องผลิตคนแบบนั้น

สหรัฐอเมริกาเป็นสังคมอุดมปัญญา มีงานวิจัย งานประดิษฐ์และนวัตกรรมมากมายเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาจึงมีระบบเศรษฐกิจแบบฐานความรู้มากกว่าประเทศใดๆ เวลานี้มีเกาหลีใต้และไต้หวันที่เดินหน้าพัฒนาตัวเองสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ (KNOWLEDGE-BASED ECO NOMY) ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจที่การผลิตและการแพร่กระจายสินค้าและบริการ อาศัยความรู้เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพื่อสร้างความเติบโต ความมั่งคั่งและสร้างงาน

ในทุกภาคเศรษฐกิจ ความรู้และนวัตกรรมจึงเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนามากกว่าเงินทุนและแรงงาน ความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานความรู้ และทำให้องค์กรต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจและสังคมจำเป็นต้องปรับตัวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่

ปัจจัยพื้นฐานของการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม คือ การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ การลงทุนด้านการศึกษา การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การลงทุนทางด้านข้อมูลสารสนเทศ การสื่อสารโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ ขณะเดียวกันนวัตกรรมในกระบวนการผลิตและกระบวนการทำงาน ความก้าวหน้า เรื่องระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และสมองกลอัจฉริยะ และนวัตกรรมใหม่ๆ ส่งผล ต่อตลาดแรงงาน

ไอแอลโอคาดว่ามีหลายอาชีพ ที่จะถูกแทนที่โดยการทำงานของปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น ได้แก่ ผู้ดูแลออฟฟิศ นักบัญชี นักกฎหมาย นักพัฒนาเว็บไซต์ นักการตลาดออนไลน์ นักข่าวและบรรณาธิการ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ สายการผลิตในโรงงาน เป็นต้น หากประเมินในกรณีของไทยอาจกระทบต่อตลาดแรงงานไม่ต่ำกว่า 30-40% ใน 10-20 ปีข้างหน้า

แต่เราไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อตลาดแรงงานมากเกินไป หากเตรียมตัวรับมือให้ดี จะเป็น "โอกาส" มากกว่า "ความเสี่ยง" นอกจากนี้ ระบบการผลิตอัตโนมัติกำลังจะก่อให้เกิดภาวะว่างงาน "ถาวร" ขึ้นในบางตำแหน่งงาน อย่างไรก็ตาม หากระบบการผลิตโดยหุ่นยนต์และเทคโนโลยีอัตโนมัติสามารถสร้างความมั่งคั่งและทำให้ ผลกำไร รายได้เพิ่มขึ้น และมีการ กระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ตำแหน่งงานใหม่ๆ ย่อมเกิดขึ้นจาก การขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบมี ส่วนร่วม (Inclusive Growth) n

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก