posttoday
เงินสกุลท้องถิ่น... ทางเลือกค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน

เงินสกุลท้องถิ่น... ทางเลือกค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน

09 ธันวาคม 2560

ในยุคที่การแข่งขันของโลกธุรกิจมีความเข้มข้นมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องพยายามปรับปรุงสินค้าและบริการของตนไปพร้อมกับการลดต้นทุนต่างๆ

โดย มุจลินท์ นวลนิ่ม & เศรษฐกรอาวุโส [email protected] & ฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ & สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร

ในยุคที่การแข่งขันของโลกธุรกิจมีความเข้มข้นมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องพยายามปรับปรุงสินค้าและบริการของตนไปพร้อมกับการลดต้นทุนต่างๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ การช่วยภาคเอกชนลดต้นทุนทางการเงินในการทำธุรกิจจึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด และหนึ่งในแนวทางที่ ธปท.ได้ดำเนินการก็คือการส่งเสริมให้มีการใช้เงินบาทและเงินสกุลท้องถิ่นอื่นๆ ชำระค่าสินค้าและบริการ เพื่อเป็นทางเลือกในการชำระเงิน สำหรับธุรกรรมระหว่างประเทศเพิ่มเติมจากการใช้เงินสกุลหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐและยูโรที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีความผันผวนมาก

ทั้งนี้ การใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการชำระค่าสินค้าและบริการระหว่างประเทศ นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลหลักที่ผันผวนมากแล้ว ยังจะช่วยลดต้นทุนในการแปลงเงินบาทเป็นเงินตรา ต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้านำเข้า หรือแปลงรายรับที่เป็นเงินตราต่างประเทศกลับเป็นเงินบาทอีกด้วย

ปัจจุบันการค้าขายระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านกว่า 90% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมดเป็นการชำระเงินด้วยดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ประกอบการ สูงขึ้น ธปท. จึงร่วมมือกับธนาคารกลางประเทศเพื่อนบ้านให้ภาคธุรกิจสามารถทำธุรกรรมการเงินต่างๆ เป็นเงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้

ที่ผ่านมา ธปท.ได้จับมือกับธนาคารกลางมาเลเซียและอินโดนีเซียผ่อนคลายระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมเงินบาท ริงกิตและรูเปียห์ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ ที่ได้รับการคัดเลือกให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการ Quote อัตราแลกเปลี่ยน ทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงิน และบริหารเงินทั้งสองสกุลกับลูกค้าในไทย (หรือที่เรียกว่า Appointed Cross CurrencyDealer : ACCD)

ส่วนความร่วมมือกับธนาคารกลางมาเลเซียนั้นได้มีการผ่อนคลายระเบียบการทำธุรกรรมเงินบาทและเงินริงกิตให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นตัวกลางในการธุรกรรมไปแล้วตั้งแต่ต้นปี 2559 พบว่ามีการใช้เงินบาทและเงินริงกิต เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการระหว่างไทยและมาเลเซียเพิ่มมากขึ้นในระดับที่น่าพอใจ โดยเดือน ต.ค.ปีนี้กับปีที่แล้วพบว่าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

รวมทั้ง Spread ของอัตราแลกเปลี่ยนเงินริงกิตกับเงินบาทก็แคบลงด้วยโดยจากกราฟจะพบว่า Spread ทั้งที่เป็น Directquotation และ Indirect Quotation มีแนวโน้มลดลงอย่าง ต่อเนื่องจากพัฒนาการที่เกิดขึ้น

ธนาคารกลางทั้งสองประเทศ จึงได้พิจารณาผ่อนคลายระเบียบต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้นซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในต้นปีหน้า คือ การขยายขอบเขตธุรกรรมให้ครอบคลุมการลงทุนโดยตรงและการโอนเงิน รายย่อยด้วยจากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะการชำระค่าสินค้าและบริการเท่านั้น รวมทั้งเพิ่มจำนวนธนาคารพาณิชย์ที่เป็น ACCD เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ได้มากขึ้น มีการแข่งขันระหว่างกันมากขึ้น เพื่อนำไปสู่ต้นทุนในการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ประกอบการที่ถูกลงในที่สุด

ในขณะเดียวกัน ธปท.ยังได้ร่วมกับธนาคารกลางอินโดนีเซียผ่อนคลายระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมเงินบาทและเงินรูเปียห์ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับการคัดเลือกในลักษณะที่คล้ายความร่วมมือที่ได้ทำกับธนาคารกลางมาเลเซีย โดยในระยะแรกจะครอบคลุมเฉพาะค่าสินค้าและบริการก่อน และจะมีการพิจารณาผ่อนคลายเพิ่มเติมตามความต้องการของภาคธุรกิจต่อไปในอนาคต อันดับแรก คือ ความร่วมมือนี้ช่วยให้ภาคธุรกิจไทยสามารถมีบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศเป็นเงินสกุลริงกิตหรือรูเปียห์ กับธนาคารพาณิชย์ได้

แม้ปัจจุบัน ธปท.อนุญาตให้ประชาชนเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit : FCD) กับธนาคารพาณิชย์ได้อยู่แล้ว แต่ทางการมาเลเซียและอินโดนีเซียยังไม่อนุญาตให้มีการเปิดบัญชีริงกิตและรูเปียห์นอกประเทศของตน ดังนั้นธนาคารพาณิชย์ก็ไม่สามารถรับฝากเงินริงกิตหรือรูเปียห์ กับลูกค้าได้ การที่ผู้ส่งออกไทยสามารถฝากเงินริงกิตหรือรูเปียห์ที่ได้รับจากการขายสินค้าหรือบริการไว้ในบัญชี FCD กับธนาคารพาณิชย์ไทยได้ โดยอาจรอแลกเป็นเงินบาทในภายหลัง หรือเพื่อเตรียมชำระภาระอื่นๆ ในอนาคตจะช่วยให้ไม่ต้องเสียส่วนต่างจากการซื้อขายเงินตราต่างประเทศหลายรอบ นอกจากนี้ผู้นำเข้าที่จะต้องจ่ายเงิน ริงกิตหรือรูเปียห์ก็สามารถซื้อเงินเพื่อฝากเข้าบัญชี FCD สำหรับเตรียมชำระภาระต่างๆ ในอนาคตได้เช่นกัน

ความร่วมมือดังกล่าวยังทำให้ภาคธุรกิจไทยสามารถกู้ยืมเงินเพื่อการค้าและการบริการ (Trade Finance) เป็นเงินสกุลริงกิตหรือรูเปียห์กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อมาปล่อยกู้ต่อให้แก่ลูกค้าได้ นี่จึงเป็นความคล่องตัวอีกรูปแบบหนึ่งให้แก่ภาคธุรกิจที่จะสามารถเลือกกู้เงินให้ตรงกับสกุลเงินที่ต้องการใช้จริง

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินสำหรับการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น และจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับภาคเอกชนในการลดต้นทุนทางการเงิน สามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น และจะแรงผลักดันให้มีการจัดทำความร่วมมืออื่นๆ เพื่อส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล