
เล็งตั้งโรงกำจัดแท่นขุดเจาะ
กรมโรงงานฯ หารือสถาบันปิโตรเลียม ตั้งโรงงานกำจัดแท่นขุดเจาะพื้นที่อีอีซี หนุนรูปแบบโครงการร่วมทุนบริษัทพลังงาน
กรมโรงงานฯ หารือสถาบันปิโตรเลียม ตั้งโรงงานกำจัดแท่นขุดเจาะพื้นที่อีอีซี หนุนรูปแบบโครงการร่วมทุนบริษัทพลังงาน
นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรอ.ได้หารือกับสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับแนวทางการจัดตั้งโรงงานกำจัดแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมที่หยุดดำเนินการผลิตแล้ว เพราะอายุการ ใช้งานครบ 40 ปี หรือแท่นร้าง ซึ่งปัจจุบันในอ่าวไทยมีจำนวน 40 แท่น คิดเป็น 10% ของจำนวนแท่นที่มีทั้งหมด 400 แท่น ซึ่งน้ำหนักของแท่นขุดเจาะ 1 แท่นจะเท่ากับ 1 ล้านตัน เทียบเท่ากับตึก 20 ชั้น รวมน้ำหนักแท่นขุดเจาะในทะเลไม่ต่ำกว่า 40 ล้านตัน ดังนั้นการนำแท่นมากำจัดด้วยการตัด แยก ดัด กลุ่มเหล็ก โลหะ ท่อ ปั๊ม ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ ออกมารีไซเคิลจะมีมูลค่าสูง โดยเบื้องต้น คาดว่าจะมีการตั้งโรงงานนี้ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายแท่นทางทะเลและเข้าฝั่งทางทะเลภาคตะวันออก
สำหรับรูปแบบของโครงการนี้ จะเป็นการจัดตั้งโรงงานกำจัดกาก คือ ตัวแท่น เบื้องต้นอาจให้บริษัทด้านพลังงานที่ทำธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมในไทยประมาณ 10 ราย เช่น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ซึ่งเป็นเจ้าของแท่นขุดเจาะร่วมลงขันจัดตั้งบริษัทกำจัดกาก หรืออาจใช้วิธีจ้างบริษัทกำจัดกากที่มีความเชี่ยวชาญ มีเทคโนโลยีเข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ ซึ่งผลพลอยได้จากการกำจัดแท่นขุดเจาะนอกจากสามารถแยก ชิ้นส่วนต่างๆ ของแท่นขุดเจาะออกมาใช้ประโยชน์ ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมอื่น เช่น เกิดธุรกิจหลอมเหล็กจากแท่นขุดเจาะ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ เกิดเม็ดเงินต่อเนื่องมหาศาล
"โครงการนี้เป็นแนวคิดใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย ที่ต้องการนำแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมในทะเลที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ถือเป็นครั้งแรกในภูมิอาเซียน เพราะยังไม่มีประเทศไหนที่มีการขุดเจาะปิโตรเลียมมีกระบวกการกำจัดแท่นด้วยวิธีนี้ หากไทยเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการได้ก่อนก็สามารถรับกำจัดแท่นในทะเลของประเทศอื่นได้ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย" นายมงคล กล่าว







