
โบรกฯยันTHGแพง
ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ร่วง 3% วันแรก โบรกเกอร์ยันขายแพงกว่าหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลเพราะต้นทุนสูงกว่า คาดปีหน้าราคาใกล้เคียงกลุ่ม
ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ร่วง 3% วันแรก โบรกเกอร์ยันขายแพงกว่าหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลเพราะต้นทุนสูงกว่า คาดปีหน้าราคาใกล้เคียงกลุ่ม
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรกจากราคาจองที่หุ้นละ 38 บาท ปรากฏว่า หุ้นร่วง 3.29% หรือ 1.25 บาท มาปิดที่ 36.75 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า หุ้นเสนอขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) THG เข้าซื้อขายด้วยสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) สูง 62 เท่าปีนี้ และกำไรปกติต่อหุ้นย้อนหลัง 4 ไตรมาส สูงถึง 62.3 เท่า แพงกว่าพี/อีหุ้นโรงพยาบาลที่ศึกษาเฉลี่ย 35.2-47.1 เท่า แต่พี/อีจะลดลงต่ำกว่า 50 เท่าในปี 2561
THG ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลในประเทศมีทั้งหมด 5 แห่ง รวม 833 เตียง และยังมีเครือข่าย โรงพยาบาลอีก 17 แห่งทั่วประเทศ แต่ละแห่งถือหุ้นไม่เกิน 20% ฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ป่วยเงินสดและคู่สัญญา บริษัท และบริษัทประกันสุขภาพ นอกจากนี้ยังลงทุนในจีน โดยมีพันธมิตรท้องถิ่นให้บริการตั้งแต่ปี 2559 โดยเน้นเงินสดและประกันสังคม และจะเปิดเพิ่มที่ เมียนมา ไตรมาส 2 ปี 2561 คาดว่าที่จีนจะสร้างรายได้เต็มที่ในปี 2560
ทั้งนี้ 9 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้ 4,874 ล้านบาท และทำกำไรได้ 396 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ 8.1% ต่ำกว่าคู่แข่งเทียบที่มีขนาดใกล้เคียงกันอย่าง บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) และบริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ที่เท่ากับ 12.1-15.4% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม พี/อีสูงหรือหุ้นราคาแพงน่าจะเป็นเพราะต้นทุนการเงินที่สูงกว่าบริษัทจดทะเบียน โดยหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) 1.2 เท่า และยังขาดทุนจากการทำธุรกิจโรงยาบาลในจีน การขายหุ้น ไอพีโอเพื่อนำไปใช้หนี้คืนเดิม 2,000-2,500 ล้านบาท ซึ่งได้กู้ยืมสำหรับทำโครงการมาก่อนแล้ว และเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการอีก 700-1,200 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่าที่เหมาะสม THG ที่ 38-40 บาท พี/อีที่ 45-48 เท่า ปี 2561 แม้จะมีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงพยาบาลที่เมียนมาขนาด 200 เตียงจากการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 40% และศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยที่ทยอยเปิดดำเนินงานในปี 2561 ซึ่งคาดว่าการดำเนินงานของโรงพยาบาลใหม่ในระยะแรกปี 2561 หากมีการชำระหนี้คืนตามแผน
สำหรับความเสี่ยงคือ ความล่าช้าของโครงการลงทุนใหม่ ที่อาจทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และการลงทุน ต่างประเทศอาจมีปัญหาด้านกฎระเบียบที่ซับซ้อนและการเมือง ในกลุ่มกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอล เอ็มวี) รวมถึงความผันผวนของค่าเงิน
นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ THG กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยมีโครงการลงทุนในประเทศไทย ได้แก่ โครงการโรงพยาบาลศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ธนบุรี (ถนนบำรุงเมือง) รองรับผู้ป่วยที่ฟื้นฟูร่างกายหรือกายภาพบำบัด คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการในปี 2561 โครงการ Jin Wellbeing County บนที่ดิน 140 ไร่ในย่านรังสิต เพื่อพัฒนาเป็นโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยและให้บริการทางการแพทย์อย่างครบวงจร คาดว่าเฟสแรกจะแล้วเสร็จในปี 2561-2562 และโครงการขยายโรงพยาบาลธนบุรีและโรงพยาบาลธนบุรี 2
นายสุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า (HUMAN) กล่าวว่า หุ้นของบริษัทมีกำหนดเข้าซื้อขายวันแรกใน SET วันนี้ คาดว่าราคาจะยืนเหนือราคาไอพีโอที่ 4 บาท/หุ้น เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง ประกอบกับผู้บริหารและบุคลากรมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
กำไรสุทธิของ HUMAN เติบโตจาก 26 ล้านบาท ในปี 2557 เป็น 71 ล้านบาท ในปี 2559 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 67% ต่อปี และ 9 เดือนแรกของปีนี้มีกำไรสุทธิ 56 ล้านบาท เติบโต 75% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรา ส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น หนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ต่ำ โดยปี 2559 อยู่ที่ 0.34 เท่า







