posttoday
คาดค่าบาทปีหน้า แข็งค่าสุดรอบ4ปี

คาดค่าบาทปีหน้า แข็งค่าสุดรอบ4ปี

07 ธันวาคม 2560

จับตาปีหน้าอาจเห็นเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี หากประธานเฟดคนใหม่ชะลอขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

จับตาปีหน้าอาจเห็นเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี หากประธานเฟดคนใหม่ชะลอขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

นายตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาท ปี 2561 จะผันผวนมาก โดยครึ่งปีแรกเงินบาทยังคงแข็งค่าทิศทางเดียวกับสิ้นปีนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ มีปัจจัยจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวและเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงต่อเนื่อง ประกอบกับเงินดอลลาร์แข็งค่า ส่วนครึ่งปีหลังประเมินว่าสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง รวม 0.5% มีโอกาสที่เงินทุนไหลออกและเงินบาทจะอ่อนค่าลง สิ้นปีหน้าอยู่ที่ 33.25 บาท/ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เงินบาทอาจแข็งค่าไปถึง 31.75 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ซึ่งเป็นการแข็งค่าในรอบ 4 ปี หากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ตามที่คาดไว้ เพราะนายเจอโรม พาวเวลล์ ที่จะเป็นประธานเฟดคนใหม่ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2561 เป็นสายพิราบที่พยายามขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อผิดจากที่ตลาดคาดจะทำให้เงินทุนไหลกลับมายังตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งไทย

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทเดือนสุดท้ายของปี 2560 ยังแข็งค่าอยู่ แม้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในการประชุมในวันที่ 12-13 ธ.ค. ซึ่งตลาดรับรู้แล้ว แต่ยังไม่มั่นใจนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ โดยคาดว่าเงินบาทสิ้นปีอยู่ที่ 32.50 บาท/ดอลลาร์ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่า 9.64% เป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค รองจากวอนเกาหลีใต้ที่แข็งค่า 11.22% และริงกิตมาเลเซีย แข็งค่า 9.66%

นายตรรก กล่าวว่า แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของไทยน่าจะคงที่ระดับ 1.5% จนถึงอย่างน้อยกลางปี 2561 ก่อนจะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฉะนั้น อาจเห็นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐแซงหน้าไทยเป็นการชั่วคราว และคาดว่าไทยจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในไตรมาส 4 ของปีหน้าไปอยู่ที่ 1.75%

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล