
จีอี วอเตอร์ จับกระแสรักษ์โลก รุกตลาดอุตสาหกรรมไทย
....ปริยนุจ กุงตั้งเจริญ
ในยุคปัจจุบันผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมหันมาให้ความสนใจต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการประหยัดพลังงาน และลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามทิศทางกระแสโลก
จีอี วอเตอร์ จึงยึดหลักการนี้เผยแพร่แนวคิด Ecomagination (อิโคแมจิเนชัน) เป็นแนวคิดริเริ่มทางธุรกิจของจีอีทั่วโลก ที่ต้องการจะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีช่วยบำบัดน้ำดี น้ำเสีย ในกระบวนการผลิต
รวมถึงกลุ่มสารเคมีเฉพาะที่ใช้ในกระบวนการผลิต กำจัดกลิ่น นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การกลั่นน้ำทะเล ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าได้ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพของสินค้า ลดต้นทุนดำเนินงาน ยืดอายุใช้งานของอุปกรณ์ และเครื่องจักรให้ใช้งานได้นาน รักษาสิ่งแวดล้อมด้านการอนุรักษ์น้ำและลดใช้พลังงาน
น.ส.กานต์มณี วัฒนอุดมศิลป์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย สิงคโปร์ และเวียดนาม บริษัท จีอี วอเตอร์ แอนด์ โพรเซส เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า โครงการบำบัดน้ำและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ของจีอี วอเตอร์ แอนด์ โพรเซส เทคโนโลยีส์ ที่ดำเนินการอยู่ทั่วโลก ได้ช่วยให้ลูกค้าลดใช้น้ำ พลังงาน ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จากการลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาตามแนวคิดอิโคแมจิเนชัน ทำให้จีอีลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 22% เมื่อเทียบกับปี 2547 และลดอัตราส่วนปริมาณพลังงานที่ใช้ต่อกิจกรรมลงได้ 34% เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะลดได้ 30% ภายในปี 2555 รวมทั้งยังลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อกิจกรรมลงได้ 39%
ดังนั้น จีอีจึงมีแผนเพิ่มเงินทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาตามแนวคิดดังกล่าว เป็น 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 25532558 จากเดิมที่มีเงินลงทุน 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งเป้าหมายจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น แยกน้ำดีออกจากน้ำที่มีความเข้มข้นโดยใช้พลังงานให้น้อยลง ใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และสร้างรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ รวมถึงประหยัดพลังงานให้ได้มากกว่าเดิม 2 เท่า ภายใต้วงเงินลงทุนเดิมจะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่โดยสร้างยอดขายให้ได้ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ 93 ชนิด
ในปีนี้ จีอี วอเตอร์ มียอดขายจากการขายผลิตภัณฑ์ที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 30% ของรายได้ทั้งหมด คาดว่าในปีหน้าจะต้องสร้างยอดขายผลิตภัณฑ์อิโคแมจิเนชันให้ขยายตัวที่ระดับ 20% และภายในไม่เกิน 3 ปี รายได้จากการขายกรีนเทคโนโลยีจะมีสัดส่วน 50%
สำหรับตลาดในเมืองไทยมีบริษัทชั้นนำเข้าร่วมโครงการมากมาย เช่น บริษัท กัลฟ์ พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น บริษัท ไออาร์พีซี เป็นต้น เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่เห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ลูกค้ามากกว่า 25% เมื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว ก็จะดำเนินการต่อเนื่อง ส่วนที่เหลือก็จะมีเข้าออกบ้าง ซึ่งแนวโน้มตลาดในเมืองไทยก็มีความตื่นตัวจากบริษัทขนาดใหญ่ก่อน หลังจากนั้นก็จะเริ่มขยายเข้าสู่บริษัทขนาดเล็ก
จากการตื่นตัวจากกระแสการรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทขนาดเล็กเริ่มให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการด้วย โดยในปีนี้มีบริษัทของเมืองไทยเข้าร่วมแล้วกว่า 30 โครงการ คาดว่าในปีหน้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปีนี้
อย่างไรก็ตาม การเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยยังคงติดอุปสรรคบางอย่างอยู่ เช่น บริษัทในเมืองไทยจะยังไม่กล้าเข้ามาทำก่อน คนไทยส่วนใหญ่จะรอดูว่ามีใครเคยทำหรือยัง หรือหาคนทำเจ้าแรกก่อน จึงเป็นความท้าทายในการบุกตลาดเมืองไทย ส่วนปัญหาด้านงบประมาณมีน้อยมาก เพราะการดำเนินการจะมีต้นทุนเพิ่มไม่มาก ซึ่ง จีอี วอเตอร์ พยายามจะใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ของแต่ละบริษัทมาประยุกต์ ต้นทุนเพิ่มจึงไม่มี ถ้าโรงงานไหนที่มีการใช้น้ำ พลังงาน ก็สามารถมาเข้าโครงการได้เลย
นายเจฟฟ์ เจ ฟูลแจม กรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารโครงการพลังสร้างสรรค์เพื่อสิ่งแวดล้อมและธุรกิจที่ยั่งยืน จีอี วอเตอร์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้บริษัททั้งหลายเข้ามาร่วมโครงการประหยัดน้ำ ประหยัดพลังงานมาจาก 1.ปัญหาการขาดแคลนน้ำ 2.คุณภาพน้ำ และ 3.น้ำที่ต้องใช้ในการขับเคลื่อนพลังงาน และพลังงานที่จะมาขับเคลื่อนให้เกิดน้ำที่มีคุณภาพ บริษัททั่วโลกจึงเห็นถึงความสำคัญที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะมาช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน
จีอี วอเตอร์ ยังช่วยลดระดับการดำเนินการ และเพิ่มผลประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยได้จัดรางวัล Ecomagination Awards เพื่อยกย่องชมเชยลูกค้าที่สร้างความสมดุลในเชิงบวกระหว่างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมกับความต้องการด้านอุตสาหกรรม ปีนี้บริษัท ไออาร์พีซี และบริษัท กัลฟ์ อิเล็กตริก สามารถคว้ารางวัลผู้นำสร้างสรรค์เพื่อสิ่งแวดล้อมไปได้
รางวัลดังกล่าวจะมอบให้แก่ลูกค้าที่สามารถสร้างโครงการที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเอื้อประโยชน์เชิงกลยุทธ์ในด้านใดด้านหนึ่ง
นายสารัชน์ รัตนาวะดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ อิเล็กตริก กล่าวว่า กัลฟ์ได้เข้าร่วมกับโครงการอิโคแมจิเนชัน มาตลอด 5 ปี ประหยัดน้ำได้มากถึง 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เสริมประสิทธิภาพและนำน้ำกลับมาใช้ได้ประมาณ 2.65 หมื่นลูกบาศก์เมตร ลดผลิตของเสียได้ถึง 1,460 ตัน
ทั้งนี้ โดยพื้นฐานของโรงงานอุตสาหกรรมต้องการที่จะลดต้นทุนอยู่แล้ว ยิ่งถ้าสามารถลดการใช้พลังงานได้ก็ถือส่วนหนึ่งในการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งบริษัทก็จะนำเงินส่วนนี้ไปพัฒนาชุมชน โดยทางกัลฟ์เองก็มีแผนจะลงทุนโรงไฟฟ้าอีก ถ้าไม่มีการพิสูจน์เรื่องสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้าใหม่ก็จะเกิดขึ้นยาก







