
เมย์แบงก์รุกอนุพันธ์ทำกำไร
MBKET ดิ้นหาสินค้าบริการใหม่ หวังกระจายความเสี่ยงรายได้ รุกอนุพันธ์ขับเคลื่อนรายได้ ปีนี้กำไรน้อยกว่าปีก่อน มั่นใจปีหน้าส่วนแบ่งหุ้นกลับมา
MBKET ดิ้นหาสินค้าบริการใหม่ หวังกระจายความเสี่ยงรายได้ รุกอนุพันธ์ขับเคลื่อนรายได้ ปีนี้กำไรน้อยกว่าปีก่อน มั่นใจปีหน้าส่วนแบ่งหุ้นกลับมา
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เปิดเผยว่า ปี 2561 บริษัทจะออกสินค้ามาบริการใหม่อย่างน้อย 3 อย่าง เพื่อกระจายความเสี่ยงสัดส่วนรายได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสินค้าอนุพันธ์อย่างใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ที่จะออกกลางปีและหุ้นกู้อนุพันธ์ (สตรักเจอร์โน้ต) ในครึ่งปีหลัง โดยหวังว่าจะเป็นตัวเร่งที่ทำให้มีรายได้และส่วนแบ่งตลาดอนุพันธ์ขึ้นไปอยู่ในระดับเป้าหมายที่ 5-10% จาก 4-5%
นอกจากนั้น ยังจะเป็นผู้ออกและ รับประกันการจำหน่ายหุ้นกู้เอกชน โดยจะเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายหุ้นกู้ เพราะเป็นธุรกิจที่นักลงทุนสนใจมากขึ้น
สำหรับสัดส่วนรายได้ที่เหมาะสมคือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 50-60% จากปัจจุบัน 60% รายได้จากดอกเบี้ยรับธุรกิจสินเชื่อเพื่อซื้อขายหุ้น (มาร์จิ้นโลน) 15% เทียบปัจจุบัน 10% ธุรกิจวาณิชธนกิจ 10% เท่าปัจจุบัน และอนุพันธ์ 5-10%
นายมนตรี กล่าวว่า ทั้งรายได้และกำไรสุทธิอาจจะน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เริ่มกลับมาสู่อันดับหนึ่งตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย. จนปัจจุบันถึง 7% และปีหน้าน่าจะกลับมามีส่วนแบ่งได้ที่ 8-9% อีกทั้งจะพยายามเพิ่ม ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (อาร์โอเอ) ให้เพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีธุรกรรมเจรจางานวาณิชธนกิจ 25-31 แห่ง เป็นการควบรวมกิจการ 3-4 แห่ง กองทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (รีท) 3-4 แห่ง กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1-2 แห่ง และเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก 14-15 แห่ง และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนได้ในปีหน้า 5-7 บริษัท ที่ปรึกษาการเพิ่มทุน 3-4 แห่ง และ ที่ปรึกษาทางการเงิน 1-2 แห่ง







