posttoday
โฮมออฟฟิศสไตล์อีเคล็กติก ของ ลลิดา ลีละยูวะ

โฮมออฟฟิศสไตล์อีเคล็กติก ของ ลลิดา ลีละยูวะ

28 พฤศจิกายน 2560

เรื่อง วราภรณ์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์รสนิยมด้านการตกแต่งบ้านของ แหวว-ลลิดา ลีละยูวะ เจ้าของโฮมออฟฟิศสุดเก๋เป็นที่ประจักษ์แล้ว เพราะนอกจากเป็นอินทีเรียร์ดีไซน์แล้ว เธอยังเป็นจ้าของบริษัทรับออกแบบตกแต่งและรับเหมาก่อสร้างสุดชิก Lalida & Co. แบบครบวงจร ที่เพิ่งย้ายมาทำออฟฟิศใหม่อยู่ย่านทองหล่อ ซึ่งเคยเป็นบ้านโบราณยุค 70 มาก่อน โดยลลิดาออกแบบตกแต่งใหม่ทั้งหมด แต่ยังเก็บโครงบ้านเอาไว้ ถ้าวันไหนทำงานเลิกดึกเธอก็นอนพักที่โฮมออฟฟิศแห่งนี้เลย เพราะด้านบนเธอออกแบบเป็นห้องนอนให้ตนเองและทีมงานได้นอนพัก ไม่ใช่เรื่องยากในการรีโนเวตบ้านสองชั้นหลังเก่าที่ปลูกบนเนื้อที่ 1 ไร่เศษ ให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศสุดเก๋ มีความทันสมัยในสไตล์อีเคล็กติก

เรื่อง วราภรณ์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

รสนิยมด้านการตกแต่งบ้านของ แหวว-ลลิดา ลีละยูวะ เจ้าของโฮมออฟฟิศสุดเก๋เป็นที่ประจักษ์แล้ว เพราะนอกจากเป็นอินทีเรียร์ดีไซน์แล้ว เธอยังเป็นจ้าของบริษัทรับออกแบบตกแต่งและรับเหมาก่อสร้างสุดชิก Lalida & Co. แบบครบวงจร ที่เพิ่งย้ายมาทำออฟฟิศใหม่อยู่ย่านทองหล่อ ซึ่งเคยเป็นบ้านโบราณยุค 70 มาก่อน โดยลลิดาออกแบบตกแต่งใหม่ทั้งหมด แต่ยังเก็บโครงบ้านเอาไว้ ถ้าวันไหนทำงานเลิกดึกเธอก็นอนพักที่โฮมออฟฟิศแห่งนี้เลย เพราะด้านบนเธอออกแบบเป็นห้องนอนให้ตนเองและทีมงานได้นอนพัก ไม่ใช่เรื่องยากในการรีโนเวตบ้านสองชั้นหลังเก่าที่ปลูกบนเนื้อที่ 1 ไร่เศษ ให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศสุดเก๋ มีความทันสมัยในสไตล์อีเคล็กติก

"เรามีประสบการณ์ด้านออกแบบตกแต่งภายในมาเกิน 10 ปี ตอนนี้เรามีงานทั้งออกแบบบูติกโฮเต็ล และเชน โฮเต็ล และเราทำแบบครบวงจร คือมี ทีมงาน มีทีมก่อสร้างและคุมก่อสร้างจนดูงานให้เสร็จครบวงจรทั้งหมด อย่างออฟฟิศที่แหววออกแบบเราเรียกว่างานสไตล์อีเคล็กติก ซึ่งเป็นงานที่แหววถนัด เป็นสไตล์ที่นำศิลปะที่เป็นคอร์ในยุคต่างๆ เอามาพัฒนาต่อให้ตรงตามคอนเซ็ปต์ให้เหมาะกับงานนั้นๆ เช่น งานบางอย่างอยากได้โมเดิร์น เอาศิลปะบางอย่างมาตัดทอน เราจะทำให้โมเดิร์นในแบบของเรา เป็นความทันสมัยที่คนไม่เคยเห็น ส่วนใหญ่ลูกค้าแฮปปี้นะคะ เพราะงานของเขาดูมีคาแรกเตอร์ ดูมีที่มาที่ไป"

โฮมออฟฟิศเดิมเป็นบ้านปูนก่อสร้างในยุค 70-80 ต่างขนาด 3 หลัง ลลิดาใช้บ้านหลังใหญ่สุดทำเป็นสำนักงาน ส่วนอีก 2 หลัง จะเป็น Next Project ที่เจ้าตัวขออุบไว้ก่อน ด้วยโครงสร้างเดิมเป็นแบบปิดทั้งหลัง เธอต้องการเปลี่ยนออฟฟิศให้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบายผ่อนคลายมากขึ้น นั่งอยู่ในออฟฟิศก็ยังสามารถมองเห็นต้นไม้ใหญ่พร้อมศาลากลางสวนได้

สำหรับฟังก์ชั่นของโฮมออฟฟิศหลังเก๋ของลลิดาและทีมงาน เมื่อก้าวเข้าไปในบริษัทจุดแรกที่เห็นคือ Reception Area ที่มีภาพเขียนของศิลปินไทยและต่างประเทศตกแต่งอยู่บนผนังที่คุมโทนด้วยสีน้ำเงินและทองหรูหรา โดดเด่นด้วยเก้าอี้แบรนด์ La Chaise ของ Eames ก็ถูกวางเด่น เดินเข้าไปด้านซ้ายมือ เป็นห้องทำงานกว้างขวางของลลิดาตกแต่งสไตล์ ห้องทำงานในฝัน ล้วนตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของนักออกแบบคนดังและงานศิลปะ

มองเข้าไปเห็นโต๊ะทำงานกระจก และไม้ทรงสวยของ Carlo Mollino เก้าอี้ Butterfly Chair สีขาวนั่งสบายของ Marcel Wander เก้าอี้สีชมพูหวาน Ro Chair ของ Fritz Hansen ภาพเขียนชิ้นแรกที่เธอเริ่มสะสมของ อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติคนดังที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ และเก็บผลงานของ อ.ปัญญา ไว้จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีภาพเขียนของ Takashi Murakami ที่อยู่ในห้องน้ำสีสวยทั้งสองห้องและตุ๊กตาเซรามิกตัวโปรดของ Qu Guangci ที่เธอหอบหิ้วมาจากแดนไกลตกแต่งอยู่ในห้องทำงาน

"สไตล์การตกแต่งโฮมออฟฟิศทั่วไปจะเป็นที่ทำงานกับบ้านอยู่ที่เดียวกัน แต่พาร์ตของแหววจะเรียกว่าบ้านก็ไม่เชิง แต่เรียกว่าที่พักชั่วคราวในบางเวลา เพราะงานพวกเรากำหนดเวลายาก ทำงานเลิกดึกบางวัน บางครั้งวันส่งโปรเจกต์ต้องอยู่จนเสร็จ ดึกมาก บางครั้งทีมงานก็นอนค้างที่ออฟฟิศได้เลย จริงๆ คาแรกเตอร์ของออฟฟิศเราคือ เขาเหมือนผู้หญิงที่มีความเป็นแบรนด์มีรสนิยม ไม่ได้เน้นความหรูหรา ฟู่ฟ่า แต่ว่าเน้นดีไซน์และฟังก์ชั่น ด้วยเป็นบ้านเก่าในยุคประมาณ 70-80 แล้วเรารีโนเวตใหม่ทั้งหมด เราใช้เวลา 2 เดือนครึ่งรีโนเวตเสร็จ ทุกอย่างเปลี่ยนลุคหมด ศิลปะยุคนั้นโครงสร้างสถาปัตยกรรมสวยมาก เราเก็บโครงบ้านไว้ เรามาทำออกแบบตกแต่งภายใน และทำข้างนอกให้ดูทันสมัยมากขึ้น"

ด้านขวามือสุดคือ ห้องประชุมสุดเก๋ ดูเขียวชอุ่มด้วยต้นไม้ประดับอยู่บนโคมไฟกลางห้อง โต๊ะประชุมจุคนได้ 14 ที่นั่ง มีเก้าอี้สุดเก๋ช่วยลดความเป็นทางการลง ซึ่งไม่ใช่เก้าอี้ธรรมดา แต่เป็น Lounge Chair ของ Alex Sander Mendini ไว้รองรับพนักงานที่มาแบ่งปันแนวคิดในการประชุม ผนังของห้องประชุมไม่ใช่ผนังทึบแต่ลลิดาอยากสร้างบรรยากาศให้ห้องประชุมตกแต่งด้วยกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นต้นไม้ สีเขียวเย็นตาได้ เพราะเธอเชื่อว่าบรรยากาศสีเขียวจะทำให้พนักงานรู้สึกไม่เครียด และมีมุมมองที่ดีในการสร้างสรรค์งานศิลปะด้านการออกแบบมากขึ้น

ห้องนี้ลลิดาติดตั้งภาพเขียนขนาดใหญ่ของศิลปินไทยชื่อดัง พิสิษฐ์ พันธ์เทียน เอาไว้ ซึ่งภาพวาดมีเสน่ห์มาก หากจ้องลึกเข้าไปในภาพของนางแบบจะให้ความรู้สึกว่านางแบบจ้องมองกลับมาด้วย ถัดเข้าไปของห้องด้านใน ลลิดาตกแต่งเป็นห้องทำงานของพนักงานในบริษัท ด้วยการจัดวางผังที่ดี ทำให้พนักงานแต่ละคนมีพื้นที่ทำงานที่เป็นส่วนตัว และสามารถแชร์ไอเดียกันได้ ที่สำคัญคือดูโล่งสบายตา ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดด้วยเพดานที่ยกสูง ผนังสีขาวทำให้ห้องดูโปร่งโล่งยิ่งขึ้น

นอกจากภาพศิลปะของศิลปินต่างชาติแล้ว ลลิดายังเก็บสะสมภาพวาดของ อ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ ปี 2552 สาขาทัศนศิลป์ จำนวนหนึ่งด้วย

"สังเกตดีๆ จะเห็นภาพวาดประดับตามผนังต่างๆ ของโฮมออฟฟิศ เพราะเริ่มเก็บสะสมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ส่วนชั้น 2 แหววตกแต่งเป็นห้องนอนที่เรียบง่าย เน้นฟังก์ชั่น ห้องใหญ่มาก เราตั้งใจว่าวันหนึ่งเราจะขยายออฟฟิศให้ใหญ่ขึ้น แต่ตอนนี้ห้องด้านบนว่างอยู่ ทำเป็นที่พักเผื่อทำงานดึก ซึ่งแหววก็อยู่บ่อยนะคะ เฉลี่ย 2 วันต่อสัปดาห์ โดยผนังแหววตกแต่งเป็นสีชมพู ซึ่งทีแรกไม่รู้ว่าชมพูจะเข้ากับสีอะไร ก็ลองเอาสีเขียวซึ่งไม่น่าจะเข้ากันเลยมาแต่ง ปรากฏดูเข้ากันมาก ซึ่งเป็นสีที่ตรงข้ามกัน เหมือนแหววพยายามสอนน้องว่า พวกกฎหรือข้อบังคับต่างๆ แต่ในงานศิลปะไม่ได้มีคำว่า 100% ให้ลองดู แล้วจะเกิดการตกแต่งสไตล์ใหม่ๆ ที่ดูมีเสน่ห์ค่ะ"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท