
สมคิดลุยถกแก้ปมยางตกต่ำ
"สมคิด" ประธานเร่งแก้ปัญหาราคายางตกต่ำพร้อมเชิญตัวแทนเกษตรกรพูดคุยหาทางออกร่วมกันวันที่ 8 ธ.ค.นี้
"สมคิด" ประธานเร่งแก้ปัญหาราคายางตกต่ำพร้อมเชิญตัวแทนเกษตรกรพูดคุยหาทางออกร่วมกันวันที่ 8 ธ.ค.นี้
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานประชุมร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้และทั่วประเทศที่กำลังประสบปัญหายางราคาตกต่ำ จนทำให้มีชาวสวนยางเดือดร้อนหนักต้องเดินทางมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล รวมถึงปัญหาเรื่องของเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพปศุสัตว์และสินค้าเกษตร
นายกฤษฎา กล่าวว่า การประชุมหารือดังกล่าวจะมีการเชิญตัวแทนเกษตรกรชาวสวยยาง ผู้ผลิต ผู้รับซื้อยาง รวมถึงหน่วยงานที่บริหารดูแลด้านยางมาพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม แต่การแก้ปัญหายางตกต่ำในเบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อผลิตสินค้าเกษตร เพื่อความสะดวก หากสามารถรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ จะได้รับการดูแลเป็นอันดับแรก เพราะกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบและง่ายต่อการบริหารจัดการ
ด้าน นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคายางที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จนเกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในขณะนี้ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของภาคใต้และของประเทศ ดังนั้น จึงขอเสนอวิธีการ มาตรการในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำต่อกระทรวงเกษตรฯ จำนวน 4 ข้อ
ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมทั้ง รัฐมนตรี หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องควรฟังเสียงประชาชนผู้เดือดร้อนแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรถือว่าเป็น ผู้เดือดร้อนอย่างไม่มีอคติว่าจะเป็น การเมืองหรือไม่ ไม่ใช่จะคิดสั่งการกับประชาชน เนื่องจากขณะนี้ชาวสวนยางไม่เฉพาะทางภาคใต้เท่านั้น แต่ชาวสวนยางทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อน
2.ให้การยางแห่งประเทศไทย ทบทวนการลงทุนกับบริษัท 5 เสือยักษ์ใหญ่ในวงการยาง เพราะอาจทำให้เกิดการฮั้วราคากันหรือไม่ จนส่งผลกระทบต่อราคายางพาราของเกษตรกร 3.การซื้อปุ๋ยให้กับเกษตรกรชาวสวนยางในโครงการปลูกทดแทนควรจ่ายเป็นเงินสดให้เกษตรกรโดยตรง เพื่อไปเลือกซื้อเอง เพราะวิธีการที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องคุณภาพ และราคาแพงกว่าท้องตลาด รวมถึงสุ่มเสี่ยงที่จะมีการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อส่วนตัว และ 4.พลักดันให้มีการใช้ยางภายในประเทศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการทำถนนและอื่นๆ







