
รู้ก่อนสักนิด... ก่อนซื้อพันธบัตรออมทรัพย์
ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์เป็นเรื่องกลุ้มใจของคนมีตังค์เหลือไม่รู้จะลงทุนอะไรดี จะลงทุนฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ดอกเบี้ยก็ต่ำๆ หักภาษีดอกเบี้ย 15% ก็แทบไม่เหลืออะไร แถมคิดไปคิดมายังจะโดนค่าธรรมเนียมแฝงอีก ยังไม่พอบังคับให้ซื้อประกันพ่วงอีก จะโยกเงินไปลงทุนกับสหกรณ์ออมทรัพย์ก็เสี่ยงอยู่เหมือนกัน จะหันไปลงทุนหุ้นก็ไม่มีความรู้จะกลายเป็นแมลงเม่าไป หันไปลงทุนตราสารหนี้เอกชนก็มีข่าวเบี้ยวกันเยอะ โจทย์เยอะอย่างนี้จะลงอะไรดีนะ
ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
เป็นเรื่องกลุ้มใจของคนมีตังค์เหลือไม่รู้จะลงทุนอะไรดี จะลงทุนฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ดอกเบี้ยก็ต่ำๆ หักภาษีดอกเบี้ย 15% ก็แทบไม่เหลืออะไร แถมคิดไปคิดมายังจะโดนค่าธรรมเนียมแฝงอีก ยังไม่พอบังคับให้ซื้อประกันพ่วงอีก จะโยกเงินไปลงทุนกับสหกรณ์ออมทรัพย์ก็เสี่ยงอยู่เหมือนกัน จะหันไปลงทุนหุ้นก็ไม่มีความรู้จะกลายเป็นแมลงเม่าไป หันไปลงทุนตราสารหนี้เอกชนก็มีข่าวเบี้ยวกันเยอะ โจทย์เยอะอย่างนี้จะลงอะไรดีนะ
ช่วงนี้เห็นข่าวกระทรวงการคลังออก "พันธบัตรออมทรัพย์" ในปีงบประมาณ 2561 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท รุ่นอายุ 3 ปี และ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ แบบไร้ใบตราสาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการออมและเป็นทางเลือกในการลงทุนของประชาชน
เริ่มเปิดจำหน่าย : ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2560-31 มี.ค. 2561
พันธบัตรออมทรัพย์มี 2 รุ่น
รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.85% ต่อปี
รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.45% ต่อปี
วงเงินซื้อ
กำหนดวงเงินซื้อต่อราย 1,000 บาทขึ้นไป และไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง
ใครบ้างที่มีสิทธิซื้อ
ผู้มีสิทธิซื้อ ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
ซื้อได้ที่ไหน
ที่ตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ โดยสามารถทำรายการซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารตัวแทนจำหน่ายทุกสาขา เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) และทำรายการระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งของธนาคารตัวแทนจำหน่าย
"พันธบัตรออมทรัพย์" น่าสนใจลงทุนหรือเปล่า มาหาคำตอบกันดีกว่า
1.มีความเสี่ยงไหม
การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจัดว่าเป็นการลงทุนที่มั่นคง ไม่มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินต้น คืน ได้รับดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนใน อัตราแบบคงที่ตามระยะเวลากำหนดที่แน่นอน
พันธบัตรรัฐบาลจัดอยู่ในกลุ่มของตราสารหนี้ ที่ถือได้ว่ามีความเสี่ยงในการลงทุนต่ำมาก เพราะผู้ออกพันธบัตรรัฐบาล คือ กระทรวงการคลัง และที่กระทรวงการคลังจะต้องออกพันธบัตรรัฐบาลมาจำหน่ายนั้น ก็เพื่อเป็นการระดมทุนจากประชาชนทั่วไป หรือพูดกันง่ายๆ ก็คือ กระทรวงการคลังขอกู้เงินจากประชาชน เพื่อนำเงินที่ได้ไปดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล นั่นก็หมายความว่าหากเราเลือกที่จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลแล้ว เราจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และมีกระทรวงการคลังเป็นลูกหนี้นั่นเอง
2.เปรียบเทียบผลตอบแทน
โดยปกติผลตอบแทนจะตรงกันข้ามกับความเสี่ยง ถ้าผลตอบแทนสูงจะมีความเสี่ยงสูง ลงทุนอะไรที่มี ความเสี่ยงต่ำก็จะมีผลตอบแทนต่ำกว่าเช่นกัน
ถ้าเปรียบเทียบโจทย์ง่าย แค่ว่า "เงินต้น" ไม่สูญหาย ส่วนใหญ่จะเปรียบเทียบกับเงินฝากประจำ ส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเล็กน้อย เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนมาเลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลมากกว่า
โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1-2 ปี จะอยู่ที่ 1-1.80% ส่วนพันธบัตรออมทรัพย์ระยะเวลา 3 ปี ดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.85% สลากออมสินและสลาก ธ.ก.ส. ก็ถือว่าไม่มีความเสี่ยงเหมือนกัน แถมมีโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่รับเป็นล้าน แต่โดยเฉลี่ยก็ได้รับผลตอบแทนน้อยมาก
3.ระยะเวลาการลงทุน
ต้องไม่ลืมว่าการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์จะต้องลงทุน 3-10 ปี ดังนั้นหากเลือกที่จะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลแล้วต้องมั่นใจจริงๆ ว่าเป็น "เงินเย็น" ที่กันไว้สำหรับการลงทุนจริงๆ ไม่ได้เป็นเงินที่จะต้องนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือใช้จ่ายในภาวะฉุกเฉินของครอบครัว
นั่นหมายถึง ความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนในพันธบัตรอาจเสียโอกาสที่จะลงทุนในทางเลือกอื่นๆ ที่มีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากพันธบัตร เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในอนาคตสูงขึ้นมากกว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร เป็นต้น
4.แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)
ข้อดีของการเป็นพันธบัตรแบบไร้ ใบตราสาร (Scripless) คืออะไร เมื่อพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอน ผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ต้องคืนใบพันธบัตรให้ ธปท. โดยเงินต้นจะโอนเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์อัตโนมัติและไม่ต้องมีภาระในการเก็บรักษาใบพันธบัตร ทั้งนี้ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์นำสมุดบัญชีเงินฝากและ Bond Book ไปปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้ที่ธนาคารที่ทำรายการซื้อ
เราสามารถซื้อพันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ได้ 3 ช่องทาง คือ 1.การซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร 2.การซื้อผ่านเครื่อง ATM 3.การซื้อผ่าน Internet Banking หรือ KTB Netbank
แต่ผู้ซื้อจะต้องลงทะเบียนและเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ธนาคาร (ธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย และไทยพาณิชย์)
5.เสียภาษีดอกเบี้ย
การซื้อพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นนี้ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ย เมื่อมีรายได้หรือผลตอบแทนดอกเบี้ยจะต้องเสียภาษีดอกเบี้ย 15% เมื่อ ธปท.จ่ายดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากเราแล้ว ธปท.จะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานขอคืนภาษีประจำปีได้ ในกรณีที่เงินได้สุทธิของเราเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า 15%
ใครที่พอมีเงินเหลือลองชั่งน้ำหนักดูว่าลงทุนพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลังกันสักนิด เดี๋ยวนี้การลงทุนก็ไม่ต้องยุ่งยากแล้วและไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ใครที่มองหาทางเลือกในการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลังก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แถมแอบภูมิใจนิดๆ ว่า "ลงทุนเพื่อชาติ" ด้วยนะ







