posttoday
มีเงิน 5,000 บาท ลงทุนหุ้นกู้ได้ไหมนะ

มีเงิน 5,000 บาท ลงทุนหุ้นกู้ได้ไหมนะ

28 พฤศจิกายน 2560

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยช่วงปลายๆ ปีหลายองค์กรมีเงินตอบแทนพิเศษ (โบนัสให้กับพนักงานเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน) เมื่อได้รับเงินมาก้อนหนึ่ง ลองมาพิจารณากันว่าจะใช้เงินทำอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้บ้าง จะลงทุนอะไรได้ ลงทุนหุ้นกู้ได้ไหม ลองไปหาคำตอบจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

ช่วงปลายๆ ปีหลายองค์กรมีเงินตอบแทนพิเศษ (โบนัสให้กับพนักงานเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน) เมื่อได้รับเงินมาก้อนหนึ่ง ลองมาพิจารณากันว่าจะใช้เงินทำอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้บ้าง จะลงทุนอะไรได้ ลงทุนหุ้นกู้ได้ไหม ลองไปหาคำตอบจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)

ทั้งนี้ ThaiBMA ระบุว่าจากการศึกษาเกี่ยวกับตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พบว่าข้อดีหลายประการของตราสารหนี้ที่ทำให้หุ้นกู้เป็นที่สนใจแก่นักลงทุนรายย่อยหลายๆ ท่าน ได้แก่ ความเสี่ยงต่ำกว่าตราสารทุน (หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และกองทุนตราสารแห่งทุน) แต่ได้รับผลตอบแทนแน่นอนในอัตราที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ และเลือกลงทุนได้ตามความต้องการไม่ว่าระยะสั้นหรือระยะยาวในส่วนของตราสารหนี้ภาครัฐ พันธบัตรออมทรัพย์ที่มีขั้นต่ำในการลงทุนเพียง 1,000 บาท ก็ไม่เป็นที่ข้องใจอะไร แต่การลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนนั้นมักใช้เงินลงทุนขั้นต่ำค่อนข้างสูง แล้วเด็กจบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงาน หรือนักลงทุนทั่วไปที่ไม่มีเงินก้อนใหญ่ แต่ต้องการลงทุนในหุ้นกู้จะทำอย่างไร จะลงทุนได้ไหมนะ?

คำตอบก็คือ ได้แน่นอนค่ะ แต่อาจจะไม่ใช่ลักษณะของการลงทุนทางตรงที่นักลงทุนซื้อหุ้นกู้ที่สนใจสะสมไว้เอง แต่จะเป็นลักษณะของการลงทุนทางอ้อมผ่านผู้เชี่ยวชาญอย่างกองทุนรวมตราสารหนี้ ถือเป็นวิธีที่เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป ที่ช่วยให้นักลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงทั้งสอง มิติพร้อมๆ กันคือ กระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นกู้หลายๆ รุ่น และเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องของจังหวะเวลาการซื้อขายแทนนักลงทุน โดยในปัจจุบันมีกองทุนรวมตราสารหนี้ให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนกันหลายประเภท สามารถแบ่งนโยบายการลงทุนตามแบบของสำนักงาน ก.ล.ต.ได้ดังนี้ค่ะ

1) กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) คือ กองทุนรวมที่มี นโยบายการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้อายุสั้นๆ ไม่เกิน 1 ปี อัตราผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์นิดหน่อย มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงหรือเป็นเงินก้อนที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินแล้วแน่นอนในอนาคต

2) กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund) คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ เป็นต้น ทำให้มีความเสี่ยงในระดับต่ำเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภทเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้น โดยสามารถเลือกระดับความเสี่ยงได้จากนโยบายการลงทุนของกองทุนว่ากระจายการลงทุนไปตราสารหนี้ประเภทใดบ้าง ตราสารหนี้ต่างประเทศในสัดส่วนเท่าใด

3) กองทุนรวมผสม (Balanced Fund) คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุน ไม่เกินร้อยละ 65 และไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ดังนั้นกองทุนรวมผสมจะลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ มีอัตราผลตอบแทนสูงขึ้นพร้อมๆ กับความเสี่ยงที่สูงขึ้น เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ ต้องการผลตอบแทนสูงขึ้นและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น

4) กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จัดตั้งโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อื่น และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม มีการ กระจายความเสี่ยงมากขึ้น เพราะกระจายการลงทุนไปหลายกองทุน และหลาย บลจ. เหมาะกับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนที่สุด

นอกจากนี้ ในปัจจุบันบาง บลจ.มีการเสนอกองทุนที่มีการกำหนดอายุโครงการ ที่เรียกกันว่า Term Fund เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีอายุโครงการชัดเจนตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน หรือ 1 ปี ผู้ลงทุนจะซื้อขายได้เฉพาะช่วงเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น มีนโยบายการลงทุนคือ ร้อยละ 80 ของมูลค่ากองทุนจะนำไปลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะเน้นบริหารกองทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับช่องทางการลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้นำเสนอไป สิ่งสำคัญของการลงทุนตราสารหนี้คือ เลือกนโยบายการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเอง และประเภทของ กองทุนว่าเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นหรือระยะยาว โดยในช่วงทิศทางดอกเบี้ย ขาขึ้น ก็ให้เลือกกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นๆ แต่ถ้าในช่วงทิศทางดอกเบี้ยขาลง ก็ต้องเลือกกองทุนตราสารหนี้ระยะยาวๆ แล้วพยายามลงทุนให้สม่ำเสมอเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงไปในตัว โดยไม่ต้องเลือกช่วงจังหวะเวลาการเข้าลงทุนเหมือนลงทุนในหุ้น สนใจกองทุนประเภทไหนอย่าลืมศึกษานโยบายการลงทุนของกองทุนให้ดีก่อน แล้วลงทุนกันเลยค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท