
น้ำน่าน งานเขียนไม่ง่าย ต้องเปิดโอกาสให้ตัวเองเสมอ
เรื่อง : อณุสรา ทองอุไร ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงินบรรจบ กำจัด เจ้าของนามปากกา น้ำน่าน หนุ่มร่างเล็กหน้าตายิ้มแย้มใจดีวัย 35 ปี มีผลงานเขียนเล่มที่สาม อลวนกลรัก เขาเล่าว่าชอบเขียนหนังสือมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น แต่เริ่มมาเขียนจริงจังตอนเรียนหนังสือที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยเขียนเรื่องสั้นให้เพื่อนๆ อ่าน เพื่อนๆ ก็ชอบรออ่าน
เรื่อง : อณุสรา ทองอุไร ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
บรรจบ กำจัด เจ้าของนามปากกา น้ำน่าน หนุ่มร่างเล็กหน้าตายิ้มแย้มใจดีวัย 35 ปี มีผลงานเขียนเล่มที่สาม อลวนกลรัก เขาเล่าว่าชอบเขียนหนังสือมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น แต่เริ่มมาเขียนจริงจังตอนเรียนหนังสือที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยเขียนเรื่องสั้นให้เพื่อนๆ อ่าน เพื่อนๆ ก็ชอบรออ่าน
จนกระทั่งมาทำงานที่นิตยสารชีวจิตอยู่ 7 ปี เขาก็เริ่มเขียนเรื่องยาวชื่อเรื่อง สุดถนนสีรุ้ง เป็นแนวคอมเมดี้โรแมนติก ซึ่งเขาใช้เวลาเขียนนานถึง 3 ปี เนื่องจากทำงานประจำไม่ค่อยมีเวลาเขียนมากนัก แต่ไม่ได้ตีพิมพ์จนมีงานเขียนเรื่องยาวเรื่องที่สองชื่อ รอวันขวัญคืนใจ เรื่องนี้ใช้เวลาเขียนหนึ่งปี
เรื่องที่สาม อลวนกลรัก ที่ได้ตีพิมพ์นี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้แนวใสๆ บวกๆ ใช้ประสบการณ์ตอนทำงานมาเป็นแบ็กกราวด์ของเรื่อง โดยนางเอกเป็นนักข่าวที่คิดว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็มีความสุขได้ เรื่องนี้ใช้เวลาเขียนสองปี กว่า ได้มีเวลาเขียนเฉพาะตอนกลางคืน ใช้เนื้อหาจากสิ่งรอบตัวเป็นประสบการณ์ตรงของตัวเองที่ได้เจอคนที่หลากหลาย และหาข้อมูลเพื่อเติมในการมาเป็นวัตถุดิบในการเขียนจากเน็ต จากหนังสือ จากการสัมภาษณ์ จนได้ผลงานเล่มที่สี่ คือ ทานตะวันกลางป่าฝน
นอกจากนี้ เขายังมีงานเขียนเล่มต่อไปชื่อเรื่อง สาปกัลปาวสาน เป็นเล่มที่สองที่กำลังจะได้ตีพิมพ์แนวลึกลับข้ามภพข้ามชาติ มีภาษาที่สวยงามขึ้นเพราะมีประสบการณ์มากขึ้น ซึ่งเขาเขียนลงในเฟซบุ๊กของตัวเอง
"จุดเริ่มต้นของงานเขียนจะมาจากสิ่งที่เป็นคำถามในใจของตัวเราก่อน จากเรื่องใกล้ตัวของเรา ผมเป็นคนเขียนงานละเอียดจึงใช้เวลานาน หาข้อมูลเยอะ ทำให้งานออกช้าและเขียนด้วยความตั้งใจมากๆ ทุกเรื่อง วิธีการเริ่มและเรื่องจะวางพล็อตไว้ในใจก่อนว่าจะเป็นเรื่องแนวไหน แล้วค่อยแตกย่อยออกไป"
เขาบอกว่าที่บ้านสนับสนุนให้เขียนหนังสือ ตอนเด็กๆ คุณพ่อจะชอบเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังแล้วเขาก็ช่างซักช่างถาม มีความสุขในการได้อ่านได้ฟัง แม้จะมีความชอบเขียนชอบอ่านเป็นพื้นฐาน แต่การเขียนงานแต่ละครั้งก็ไม่ได้ง่าย เขาต้องมีความพยายามและหาโอกาสให้ตัวเองอยู่เสมอ ไม่เคยปิดกั้นตัวเองลองเขียนไปก่อน ไม่ดีก็ปรับใหม่จนกว่าจะพอใจว่าดีจริงๆ แล้วถึงจะหยุด
ตอนนี้เขาลาออกจากงานหนังสือ กลับไปทำงานที่บ้านเกิดทางภาคเหนือ เพื่อที่จะได้มีเวลาให้กับงานเขียนที่เขารัก "ผมคิดว่าการเขียนหนังสือเป็นงานที่ทำไปได้ตลอดไม่มีวันเกษียณ จึงอยากทุ่มเทให้มากขึ้น อยู่กรุงเทพฯ มีข้อจำกัดเยอะ รถก็ติดหมดเวลาไปกับการเดินทางวันละ 2-3 ชั่วโมง เสียดายเวลากลับไปทำงานที่บ้านดีกว่าเอาเวลามาเขียนหนังสือ" เขากล่าวอย่างมีความสุข
เมื่อกลับไปอยู่บ้านที่เชียงราย เขาตั้งใจจะเขียนงานให้มากขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 เรื่อง เขาฝากบอกถึงผู้ที่อยากเขียนหนังสือว่า พยายามฝึกปรือฝีมือไปเรื่อยๆ เขียนแล้วเผยแพร่ผลงานออกไปแม้จะได้พิมพ์หรือไม่ก็ตาม เขียนบนเฟซ บนเพจ อะไรก็ได้ เพื่อให้คนอ่านได้สะท้อนผลงานของเราแล้วเอามาปรับปรุงให้ดีขึ้น ถ้าเขียนแล้วเก็บไว้คนเดียวเราจะไม่รู้ว่าคนอื่นมีความเห็นกับงานของเราอย่างไร คนอื่นจะบอกได้ดีกว่าที่เราบอกตัวเอง และอย่ากลัวคำวิจารณ์ เพราะเราจะได้เรียนรู้จากคำวิจารณ์นั้นๆ







