
TMBราคาพุ่งแรง แผนรุกสินเชื่อดัน
หุ้นธนาคารทหารไทยพุ่ง 3.57% หลังพบนักวิเคราะห์แจงรุกปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี บล.บัวหลวง ปรับคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ
หุ้นธนาคารทหารไทยพุ่ง 3.57% หลังพบนักวิเคราะห์แจงรุกปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี บล.บัวหลวง ปรับคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ
ราคาหุ้นธนาคารทหารไทย (TMB) ปิดที่ 2.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.57% ติดอันดับหุ้นที่มูลค่าการซื้อขายสูงสุดอันดับ 4 ของวัน โดยราคาที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการขึ้นของดัชนีหุ้น ภายหลังพบนักวิเคราะห์
นายสุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เปลี่ยนคำแนะนำให้ซื้อหุ้น TMB จากเดิม ให้ถือโดยให้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 3.20 บาท จากเป้าหมายเดิม 2.8 บาท เพราะ TMB เพิ่งเปลี่ยนแปลงนโยบายขยายฐาน สินเชื่ออย่างระมัดระวังเป็นเร่งเพิ่ม พอร์ตสินเชื่อรายย่อยและกลุ่ม ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ตั้งแต่ไตรมาส 4/2560 และปี 2561 ทำให้เพิ่มสมมติฐานการเติบโตการปล่อยสินเชื่อจาก 6% มาอยู่ที่ 8% ตามเป้าหมายที่ต่ำสุดของผู้บริหารในปี 2561 อยู่ที่ 8-10%
นอกจากนั้น คาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้น 3% มาอยู่ที่ 1.17 หมื่นล้านบาท แนวโน้ม กำไรปี 2561 จะเพิ่มขึ้นหากอัตราเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) มากกว่าที่ตั้งสมมติฐาน ซึ่งจะทำให้การขอสินเชื่อเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ทั้งนี้มองว่ากำไรของ TMB จะฟื้นตัวรวมถึงราคาที่ถูก
ผู้บริหารเปลี่ยนนโยบายการควบคุมคุณภาพสินเชื่อเป็นการเร่งขยายฐาน สินเชื่อรายย่อยและธุรกิจเอสเอ็มอี หลังจากที่ธนาคารมองว่าวงจรหนี้ที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะ แตะจุดสูงสุดในไตรมาส 4 โดยเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่ออยู่ที่ 8-10% ในปี 2561 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.05-3.15% และการเติบโตของรายได้ ค่าธรรมเนียมสุทธิอยู่ที่ 15-20% โดยตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับประมาณการ ยกเว้นตัวเลขการเติบโตของการปล่อยสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม คงประมาณการเติบโตของสินเชื่อปี 2560 อยู่ที่ 6.5% ต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารประมาณ 8-10% เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือน ก.ย.ยังทรงตัวอยู่ที่ 4.4% ถ้าหากธนาคารบรรลุเป้าหมายปี 2560 ได้จะส่งผลต่อประมาณการกำไรปีหน้าจากฐานสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ยังคง คำแนะนำซื้อ TMB โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 2.90 บาท TMB เป็นธนาคารขนาดกลางที่มีการบริหารงานที่ดี และค่าธรรมเนียม ที่เติบโตสูง ทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตดีจากการตั้งสำรองที่ลดลง แต่ด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคู่แข่ง ทำให้ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) น่าสนใจมากกว่า
นอกจากนี้ แผน 5 ปี TMB ตั้งเป้า จะลดสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลงจาก 45-47% ในปี 2561-2562 มาอยู่ที่ 40% ในปี 2565 โดยบางส่วนจะลดสาขา/พนักงานลง







