
ลุ้นสหรัฐต่อจีเอสพีไทย
พาณิชย์ระบุไทยมีโอกาสได้ต่ออายุโครงการจีเอสพีจากสหรัฐ หลังการให้สิทธิสิ้นสุดปีนี้ แต่อาจได้รับการต่อไม่ถึง 3 ปี
พาณิชย์ระบุไทยมีโอกาสได้ต่ออายุโครงการจีเอสพีจากสหรัฐ หลังการให้สิทธิสิ้นสุดปีนี้ แต่อาจได้รับการต่อไม่ถึง 3 ปี
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่สหรัฐให้กับประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐจะประกาศต่ออายุโครงการจีเอสพีได้ทันก่อนโครงการปัจจุบันจะสิ้นสุด และจะมีผลทำให้การใช้สิทธิพิเศษจีเอสพีของสินค้าไทย 3,400 รายการ ส่งออกไปตลาดสหรัฐมีความ ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุดของการ ต่ออายุโครงการจีเอสพีของสหรัฐ โดยกรมการค้าต่างประเทศได้รับแจ้งจากสำนักงานพาณิชย์ ณ กรุงวอชิงตัน ในฐานะประธานกลุ่มพันธมิตรประเทศ ที่ได้รับสิทธิจีเอสพีจากสหรัฐ (GSP Alliance) ประกอบด้วย ไทย กัมพูชา เอกวาดอร์ อียิปต์ โบลิเวีย และฟิลิปปินส์ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะกรรมาธิการต่างๆ ของรัฐสภาสหรัฐ เพื่อโน้มน้าวให้สหรัฐต่ออายุสิทธิพิเศษ จีเอสพี
อย่างไรก็ตาม ได้รับรายงานว่า ฝ่ายสหรัฐอยู่ระหว่างการผนวกกฎหมายการต่ออายุสิทธิพิเศษจีเอสพีในรูปแบบ Large Trade Package โดยอาจรวม อยู่กับกฎหมาย Miscellaneous Tariff Bill Act of 2017 ที่มีกำหนดประกาศภายในสิ้นปี 2560 ดังนั้นการต่ออายุโครงการจีเอสพีมีความเป็นไปได้สูงที่จะประกาศภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 ก่อนที่โครงการปัจจุบันจะหมดอายุลง
สำหรับระยะเวลาการต่ออายุสิทธิพิเศษจีเอสพี ทางกลุ่ม GSP Alliance อยากให้มีการต่ออายุเป็นเวลา 3 ปี นั้นยังคงไม่มีความชัดเจน เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐไม่แน่ใจว่าจะหางบประมาณจากส่วนไหนมาสนับสนุนการให้สิทธิพิเศษ จีเอสพีได้นานถึง 3 ปี ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐสภาสหรัฐว่าจะพิจารณาการต่ออายุโครงการได้นานเท่าใด
ปัจจุบันสหรัฐให้สิทธิพิเศษจีเอสพีแก่ประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาน้อยที่สุดทั้งหมด 120 ประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทย โดยให้สิทธิพิเศษแก่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมประมาณกว่า 3,500 รายการ มีมูลค่า 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่มอื่นๆ ถุงมือยาง และอาหารปรุงแต่ง เป็นต้น ซึ่งในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ปี 2560 ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิจีเอสพีส่งออกไปสหรัฐมากเป็นอันดับสองรองจากอินเดีย โดยมีส่วนแบ่งตลาด 20.05% ของมูลค่าการใช้ สิทธิจีเอสพีทั้งหมดของสหรัฐ
ด้านประเทศที่มีการใช้สิทธิพิเศษ จีเอสพีสหรัฐสูงสุด 5 อันดับแรก คือ อินเดีย ใช้สิทธิส่งออกมูลค่า 4,065 ล้านดอลลาร์ สัดส่วน 26.31% รองลงมาไทย 3,098 ล้านดอลลาร์ สัดส่วน 20.05% บราซิล 1,818 ล้านดอลลาร์ สัดส่วน 11.77% อินโดนีเซีย 1,397 ล้านดอลลาร์ สัดส่วน 9.04% และตุรกี 1,189 ล้านดอลลาร์สัดส่วน 7.7%
"ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐควรเร่งการใช้ประโยชน์จากสิทธิจีเอสพีที่เป็นแต้มต่อให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มมูลค่าส่งออกไปตลาดที่ให้สิทธิ" แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
รายงานข่าวระบุว่า โครงการจีเอสพี ปัจจุบัน นอกจากมีสินค้าที่ได้สิทธิทั้ง สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมแล้ว ในการทบทวนโครงการจีเอสพี ประจำปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยยังได้รับเพิ่มและ คงสิทธิสินค้าเพิ่มเติมอีก 31 รายการ แยกเป็นกระเป๋าถือและกระเป๋าเดินทาง (Travel Goods) พิกัด (4202) และสินค้าเซลลูโลสไนเตรต (Cellulose Nitrates) (พิกัด 3912) รวม 24 รายการ และสินค้าเกษตรอีก 7 รายการ คือ ดอกกล้วยไม้สด ทุเรียนสด มะละกอตากแห้ง มะขาม ตากแห้ง ข้าวโพดปรุงแต่ง ผลไม้ถั่ว แช่อิ่ม และมะละกอแปรรูป
สำหรับการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดสหรัฐเดือน ต.ค. 2560 มีมูลค่า 2,315 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.1% ส่งผลให้ช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) 2560 ไทยส่งออกสินค้าไปตลาดสหรัฐภาพรวม 2.19 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.9% โดยสหรัฐมีสัดส่วนต่อการส่งออกไทยช่วง 10 เดือน คิดเป็น 11.2%







