posttoday
สัมพันธ์พรรคการเมือง-ระบบเลือกตั้ง

สัมพันธ์พรรคการเมือง-ระบบเลือกตั้ง

30 พฤศจิกายน 2560

เจษฎ์ โทณะวณิก ผู้คนจำนวนหนึ่งเข้าใจว่าการออกแบบระบบการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องของการควบคุม ตัดตอน หาหนทางในการบอนไซ หรือทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แต่มีอีกจำนวนหนึ่งที่เข้าใจว่า การออกแบบระบบการเลือกตั้งคือ การเลือกที่จะให้รัฐบาลเข้มแข็ง จากการที่พรรคการเมืองมีโอกาสได้คะแนนเสียงท่วมท้น หรือจะให้รัฐบาลอ่อนแอ จากการที่พรรคการเมืองไม่มีโอกาสได้คะแนนเสียงท่วมท้น ในกรณีแรกเมื่อพรรคใดได้คะแนนเสียงท่วมท้น ย่อมสามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ในกรณีหลัง หากไม่มีพรรคใดได้คะแนนเสียงท่วมท้น หรือไม่เกินไปกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนอย่างมีนัยสำคัญ การจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวย่อมไม่สามารถทำได้ จำต้องเป็นรัฐบาลผสม นี่จึงเป็นที่มาของการที่ผู้คนมองว่ามีพรรคเดียวเป็นรัฐบาล เข้มแข็ง มีหลายพรรค อ่อนแอ

เจษฎ์ โทณะวณิก

ผู้คนจำนวนหนึ่งเข้าใจว่าการออกแบบระบบการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องของการควบคุม ตัดตอน หาหนทางในการบอนไซ หรือทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แต่มีอีกจำนวนหนึ่งที่เข้าใจว่า การออกแบบระบบการเลือกตั้งคือ การเลือกที่จะให้รัฐบาลเข้มแข็ง จากการที่พรรคการเมืองมีโอกาสได้คะแนนเสียงท่วมท้น หรือจะให้รัฐบาลอ่อนแอ จากการที่พรรคการเมืองไม่มีโอกาสได้คะแนนเสียงท่วมท้น ในกรณีแรกเมื่อพรรคใดได้คะแนนเสียงท่วมท้น ย่อมสามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ในกรณีหลัง หากไม่มีพรรคใดได้คะแนนเสียงท่วมท้น หรือไม่เกินไปกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนอย่างมีนัยสำคัญ การจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวย่อมไม่สามารถทำได้ จำต้องเป็นรัฐบาลผสม นี่จึงเป็นที่มาของการที่ผู้คนมองว่ามีพรรคเดียวเป็นรัฐบาล เข้มแข็ง มีหลายพรรค อ่อนแอ

หลายคนคิดว่าการออกแบบระบบการเลือกตั้งนั้น ก็เพื่อให้คนซื้อสิทธิขายเสียงกันน้อยลง ป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบ กลโกง การหาเสียงอันมิชอบของหัวคะแนน ผู้สมัคร รวมถึงพรรคการเมือง และทำให้ประชาชนสามารถเข้ามาช่วยกันสอดส่องในเรื่องการทำหน้าที่ของพรรคการเมืองได้ดีขึ้น ซึ่งอันนี้อาจจะไม่ถึงกับว่ามิใช่เป็นผลพวงของการออกแบบระบบการเลือกตั้งเลย อีกทั้งสิ่งที่เขียนไปในตอนแรก ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่เกิดจากการออกแบบระบบการเลือกตั้ง แต่ที่เขียนมาจนถึงจุดนี้ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการออกแบบระบบการ เลือกตั้ง หากแต่เป็นผลทางอ้อม หรือเป็นผลพวงจากระบบการเลือกตั้งบางระบบ

ระบบการเลือกตั้งมิได้มุ่งตรงไปที่การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกตั้ง เช่น การซื้อสิทธิ ขายเสียง และจะเลือกกันกี่ครั้ง กากัน กี่หน ก็ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ ลิดรอนสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน แต่อย่างใด เพราะนัยสำคัญของการเลือกตั้ง ไม่ได้อยู่ที่การกากี่ที หรือเลือกกันกี่ครั้ง แต่อยู่ที่คะแนนเสียงที่ประชาชนได้ลงไปให้กับผู้สมัคร หรือแม้กระทั่งคะแนนเสียงที่ประชาชนไม่ประสงค์ที่จะลงให้ใครเลย จะต้องก่อให้เกิดผลและถูกนำมาพิจารณา เพื่อให้การที่ประชาชนเลือกพรรคการเมืองใดๆ หรือในกรณีที่ประเทศนั้นๆ เปิดให้ผู้สมัครอิสระสามารถที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการเลือกนั้นๆ ของประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นธรรมกับทั้งผู้สมัคร ซึ่งอาจจะได้แก่พรรคการเมือง และผู้เลือก ซึ่งก็คือ ประชาชนทั่วไป และเป็นสิ่งที่สะท้อนการออกมาใช้สิทธิ รวมถึงการส่งเสริมการใช้สิทธิ หรือความเป็นประชาธิปไตยโดยรวมของประชาชนในประเทศที่ใช้ระบอบประชาธิปไตย

ระบบการเลือกตั้งที่ไม่ซับซ้อนอาจจะทำให้พรรคการเมืองไม่ต้องคิดมาก ประชาชนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอาจจะไม่ต้องคิดมาก แต่การไม่คิด มากจากสองฟากฝั่งนี้มีนัยต่างกัน ระบบลักษณะนี้ก็เช่น ระบบคะแนนเสียงข้างมากอย่างง่าย โดยการเลือกตั้งแบบเขตหมด พรรคการเมือง ไม่ต้องคิดมาก เนื่องจากพรรคใดได้คะแนนมากที่สุดในเขตการเลือกตั้งใด ผู้สมัครของตนก็ได้เป็นผู้แทนในเขตนั้นไป ง่ายในส่วนของประชาชนก็คือ คิดจะเลือกผู้สมัครคนใด หรือพรรคใดก็เลือกไปเลย หากผู้สมัคร ที่ตนเลือกได้คะแนนมากที่สุด เขาก็ได้เป็นผู้แทน หากไม่ได้ คะแนน ทั้งหลายที่ตนเลือกไป ก็หายไปหมดเกลี้ยง แต่ถามว่าระบบเช่นนี้ คะแนนที่เลือกไปไม่ว่าสำหรับผู้สมัครคนใดได้ถูกนำมาคิดสำหรับพรรคการเมืองแล้วหรือไม่ถือว่านำมาคิดแล้ว แต่คิดในลักษณะที่ว่า เมื่อไม่ได้มากที่สุดก็ทิ้งหมดเลย

ระบบการเลือกตั้งทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง อ่อนแอ จริงหรือไม่ เรามาค้นหากันในคราวต่อๆ ไปครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท