
Firmin Oul?s : พระอาจารย์ในหลวงรัชกาลที่ 9
ไชยันต์ ไชยพร"ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยโลซาน ข้าพเจ้าได้ศึกษาทฤษฎีมาร์กซิสต์ ตลอดทั้งภาคการศึกษาภายใต้การสอนของศาสตราจารย์ Oul`es และต้องขอขอบคุณบทเรียนเหล่านั้นที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้แน่ชัดว่า...อะไรที่ไม่เหมาะสมสำหรับประชาชนของข้าพเจ้า" นี่คือข้อความตอนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานสัมภาษณ์แก่นิตยสาร La Tribune de Gen`eve วันที่ 5 ธ.ค. 2514 และจากการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโลซาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษาวิชาทางเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์การเมืองกับพระอาจารย์ Oul`es เพียงท่านเดียวถึง 7 วิชา ตลอดระยะเวลา 3 ปี Firmin Oul`es เป็นใคร?
ไชยันต์ ไชยพร
"ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยโลซาน ข้าพเจ้าได้ศึกษาทฤษฎีมาร์กซิสต์ ตลอดทั้งภาคการศึกษาภายใต้การสอนของศาสตราจารย์ Oul`es และต้องขอขอบคุณบทเรียนเหล่านั้นที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้แน่ชัดว่า...อะไรที่ไม่เหมาะสมสำหรับประชาชนของข้าพเจ้า" นี่คือข้อความตอนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานสัมภาษณ์แก่นิตยสาร La Tribune de Gen`eve วันที่ 5 ธ.ค. 2514 และจากการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโลซาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษาวิชาทางเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์การเมืองกับพระอาจารย์ Oul`es เพียงท่านเดียวถึง 7 วิชา ตลอดระยะเวลา 3 ปี Firmin Oul`es เป็นใคร?
Firmin Oul`es เป็นลูกศิษย์ ที่เก่งที่สุดของ Gaetan Pirou ศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์แห่ง มหาวิทยาลัยบอร์กโดและมหาวิทยาลัยปารีส มีผลงานมากมายเกี่ยวกับลัทธิเศรษฐกิจและเศรษฐศาสตร์เชิงสถาบันในอเมริกา Pirou เคยดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการคณะรัฐมนตรีภายใต้ประธานาธิบดี Paul Doumer หลังจาก Oul`es จบการศึกษาจากฝรั่งเศส เขาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยโลซาน และในปี ค.ศ. 1947 อันเป็นช่วงเวลาที่ในหลวงกำลังทรงศึกษาอยู่ Oul`es ได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์อันเป็นตำแหน่งที่ Vilfredo Pareto และ Leon Walras เคยดำรงมาก่อน หลังจากที่ Oul`es รับตำแหน่งดังกล่าว เขาได้แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นข้อบกพร่องในตัวองค์ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ก่อนหน้าเขา รวมทั้ง ไม่เห็นด้วยต่อสภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไปในขณะนั้น แม้ว่า Oul`es จะเน้นให้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อเท็จจริงทางเศรษฐศาสตร์ ดุลยภาพ และความข้องเกี่ยวกันระหว่างเศรษฐศาสตร์และการเมือง อันเป็นแนวคิดที่ Walras และ Pareto เป็น ผู้เสนอ แต่ Oul`es ก็ได้ชี้ให้เห็นถึงความไร้ประโยชน์และความ ไม่สอดคล้องกับความจริงของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ก่อนหน้า และยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติในสาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง เนื่องจาก Oul`es มีความเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่แท้จริงควรช่วยให้เข้าใจในข้อเท็จจริงและเป็นพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการแก้ไขปัญหาในทางนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งนี้ Oul`es ยังได้พยายามเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างความเข้าใจ ในสาขาเศรษฐศาสตร์การเมืองต่อยอดจากเพียงการสร้างคำอธิบาย อันเป็นแนวทางที่อาจารย์ของเขาใช้ ซึ่งส่งผลให้ทฤษฎีของเขานำไปสู่ความเข้าใจในเศรษฐศาสตร์การเมืองมากขึ้น
ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ Oul`es ตระหนักถึงความเลวร้ายของระบบเศรษฐกิจสองแบบที่ทรงอิทธิพลและแข่งขันกันอยู่ในเวลานั้น นั่นคือ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม Oul`es พยายามคิดค้นแนวคิดทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่ไม่อยู่ภายใต้กรอบทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ทั้งสองนี้ และ มุ่งมั่นที่จะให้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่เขาคิดค้นขึ้นนี้สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจการเมืองที่สังคมสมัยใหม่ต้องเผชิญ และนั่นเป็นที่มาของการก่อตั้งสำนักเศรษฐศาสตร์ของเขาขึ้นที่โลซาน โดยเขาและนักวิชาการที่มีแนวคิดร่วมกันได้ตั้งชื่อสำนักเศรษฐศาสตร์นี้ว่า "สำนักเศรษฐศาสตร์แผนใหม่แห่ง โลซาน "------ซึ่งชื่อ "สำนักเศรษฐศาสตร์แผนใหม่" ของ Oul`es ย่อมทำให้เราอดนึกถึง "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่พระองค์ทรงเรียกว่า "ทฤษฎีใหม่" ไม่ได้---โดยความสำคัญหรือคุณูปการของแก่นแนวคิดของสำนักเศรษฐศาสตร์แผนใหม่ของ Oul`es คือการเสนอระบบเศรษฐกิจที่มีความผสมกลมกลืนซึ่งเป็นทางเลือกที่จำกัดอยู่เพียงสองตัวเลือกระหว่างทุนนิยมและสังคมนิยม ระบบเศรษฐกิจกลมกลืนจึงเป็น "พลังทางเลือกที่สาม" ที่สามารถหลีกเลี่ยงความเลวร้ายของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมและสังคมนิยมที่ทรงอิทธิพลอยู่ขณะนั้นได้ ขณะเดียวกันระบบเศรษฐกิจกลมกลืนนี้ก็จะยังคงสามารถรักษาเสรีภาพและชีวิตที่ดีและเป็นธรรมทางเศรษฐกิจไว้ได้ด้วย
ระบบเศรษฐกิจที่กลมกลืนนี้ มีฐานคิดว่า ปัญหาทางการเมืองต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การทำสงคราม และสาเหตุและปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาทางการเมืองต่างๆ ในปัจจุบัน คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้น ถ้าสามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจได้ อันตรายจากสงครามก็จะเป็นเรื่องไกลตัว และการแก้ปัญหาสำคัญทางเศรษฐกิจจะก่อให้เกิดเงื่อนไขความสงบสันติในทางเศรษฐกิจ และปัญหาสำคัญทางเศรษฐกิจที่สังคมสมัยใหม่ต้องเผชิญ ได้แก่ ความไม่ประสบความสำเร็จในการปรับการผลิตให้เข้ากับการบริโภค ความขัดแย้งระหว่างแรงงานกับทุน การที่ยังไม่สามารถค้นพบระบบการกระจายรายได้และทรัพยากรที่เป็นธรรม สาเหตุสำคัญคือทฤษฎีต่างๆ ไม่ได้สร้างขึ้นบนฐานของข้อเท็จจริง ปัญหาดังกล่าวเหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไขถ้าต้องการให้โลกมีสันติภาพ และสำนักเศรษฐศาสตร์แผนใหม่ของ Oul`es เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจแห่งการประสานกลมกลืน จะช่วยนำให้เรารู้ว่าควรทำอย่างไรถึงจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวนี้ได้
นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษาแนวคิดสำนักเศรษฐศาสตร์แผนใหม่ของ Oul`es ชี้ว่า Oul`es มิได้มีอิทธิพลแต่ในสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น แต่รวมถึงฝรั่งเศสและเบลเยียม และการที่แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจกลมกลืนของ Oul`es ได้ลงหลักปักฐานในสามประเทศสำคัญในยุโรปนี้ถือว่ามีความชอบธรรมยิ่งที่คนในโลกภาษาอังกฤษควรจะหันมาทำความรู้จักผลงานของ Oul`es และจากที่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ใหม่นี้เป็น "ทางเลือกที่สาม" ภายใต้ข้อจำกัดระหว่างทุนนิยมและสังคมนิยม ทฤษฎีนี้อาจจะเป็นเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งในการทำความเข้าใจรากฐานที่มาของ "เศรษฐกิจพอเพียง" ของในหลวงรัชกาลที่ 9
(ส่วนหนึ่งจากโครงการวิจัย "การศึกษาพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย" สถาบันพระปกเกล้า ระยะเวลาการวิจัย 2560-2561. เนื้อความฉบับเต็มของบทความนี้ตีพิมพ์ในหนังสือ "'การงานอันเป็นที่รัก' หนังสือรวม พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" จัดพิมพ์โดย Way Magazine ต.ค. 2560)







