
ฟินเทค...คนไทยต้องปรับตัว
ปิยะณัฐ อรัญเกษมสุขผู้อ่านคงคุ้นหูกับคำว่า "ฟินเทค" กันมาบ้างแล้วผ่านสื่อต่างๆ มากมาย หลายๆ ท่านคงสงสัยว่าคำนี้หมายถึงอะไรกันแน่ วันนี้เรามาทำความรู้จัก "ฟินเทค" ให้มากขึ้นกว่านี้กัน
ปิยะณัฐ อรัญเกษมสุข
ผู้อ่านคงคุ้นหูกับคำว่า "ฟินเทค" กันมาบ้างแล้วผ่านสื่อต่างๆ มากมาย หลายๆ ท่านคงสงสัยว่าคำนี้หมายถึงอะไรกันแน่ วันนี้เรามาทำความรู้จัก "ฟินเทค" ให้มากขึ้นกว่านี้กัน
"ฟินเทค" หรือภาษาอังกฤษ "FinTech" มาจากคำว่า "Financial" ที่แปลว่าการเงิน และ "Technology" ที่แปลตรงตัวว่าเทคโนโลยี รวมกันแล้วหมายถึง "การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องการเงิน" หรือเรียกง่ายๆ ว่าใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำให้เรื่องธุรกรรมที่เกี่ยวกับการเงินมันง่ายขึ้น หรือสะดวกขึ้นนั่นเอง
ผู้อ่านคงสงสัยกันแล้วว่าตอนนี้มีธนาคารพาณิชย์มาช่วยเรื่องธุรกรรมทางการเงินต่างๆ แล้วทำไมเรายังต้องมี "ฟินเทค" อีก ผู้เขียนต้องบอกก่อนว่า "ฟินเทค" เป็นนวัตกรรมที่ทั้งกลุ่มสถาบันการเงินและผู้ประกอบการทั่วๆไป แม้แต่บริษัท "Startup" สามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้ ทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจฟินเทคมีความสามารถในสร้างสรรค์บริการได้หลากหลายรูปแบบและไม่มีเจ้าไหนผูกขาด มีแต่เจ้าไหนจะสามารถยึดครองพื้นที่ในตลาดได้มากกว่ากัน เพื่อชิงความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันเท่านั้น
ยกตัวอย่างเรื่องใกล้ๆ ตัวที่เกี่ยวกับ "ฟินเทค" เช่น การชำระเงินออนไลน์ ถ้าเป็นการชำระเงินแบบดั้งเดิม ผู้ชำระเงินต้องโอนเงินผ่านสาขาธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม หรือโมบาย แบงก์กิ้งของธนาคารนั้นๆ โดยกรอกเลขที่บัญชีหรือหมายเลขพร้อมเพย์ของผู้รับเงินลงไปเพื่อทำธุรกรรม โดยจะต้องส่งหลักฐานการโอนเงินไปยังผู้ขายเพื่อยืนยันการชำระเงิน ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ที่กล่าวมานั้นผู้ซื้อส่วนใหญ่มองว่าซับซ้อนยุ่งยากและขาดความปลอดภัยเพราะไม่สามารถยืนยันได้ว่าบัญชีที่โอนไปนั้นเป็นชื่อของผู้ขายจริงๆ ผู้ขายบางเจ้าสามารถใช้บัตรเครดิตเพื่อรับชำระเงินได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของตน แต่ผู้ซื้อยังพะวงว่าข้อมูลของบัตรเครดิตนั้นจะถูกนำไปใช้ในทางอื่นหรือไม่ เช่นการเอาข้อมูลไปซื้อสินค้าอื่นๆ ภายหลังโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของบัตร
ข้อด้อยของการทำธุรกรรมที่กล่าวมานั้น ทำให้บริษัทฟินเทคคิดค้นวิธีการชำระเงินที่ง่ายสะดวกและปลอดภัยว่าเช่น Paypal, Alipay, Rabbit Pay และอื่นๆ อีกมากมาย โดยผู้ซื้อสามารถเข้าไปสร้างบัญชีและรหัสลับเพื่อเชื่อมต่อบัตรเครดิต หรือเติมเงินผ่านทางหน้าเว็บของบริษัทฟินเทคเหล่านี้ และเมื่อต้องการชำระเงินจากหน้าเว็บไซต์ผู้ขายให้เลือกผู้ให้บริการชำระเงินดังกล่าว โดยเว็บจะนำเราเข้าสู่หน้าเว็บของผู้ให้บริการชำระเงินและเพียงกรอกบัญชีและรหัสลับลงไปเท่านั้น ระบบจะดำเนินการชำระเงินให้อัตโนมัติ โดยจะมีอีเมลแจ้งกลับมายืนยันว่าซื้อสินค้าอะไร จำนวนเท่าไร มูลค่ากี่บาท ผู้ขายคือใคร ครบถ้วนในขั้นตอนเดียว และบางเจ้าสามารถใช้ชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ต่างประเทศได้ด้วย ไม่ต้องกรอกเลขที่บัญชีผู้ขายหรือรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่จำชื่อบัญชีและรหัสลับของผู้ให้บริการชำระเงินเป็นพอ
อีกรูปแบบของการชำระเงิน แบบฟินเทค คือ การชำระเงินผ่าน QR Code ที่ผู้รับเงินเพียงสร้างและพิมพ์ QR Code ของตนไว้ เพื่อรอการสแกนจากผู้ชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน เช่น ขึ้นแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไม่ต้องพกเงินสดกันแล้ว และผู้รับเงินไม่ต้องเตรียมเงินทอนสามารถสแกน QR Code เพื่อชำระเงินกันได้เลย ซึ่งหลายๆ ธนาคารพาณิชย์ในไทย ได้เปิดให้บริการกันแล้ว
สิ่งเหล่านี้สร้างความอิสระ ความสะดวก และความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ทำให้ธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่านบริษัทเหล่านี้มีจำนวนมากขึ้นมหาศาลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งบางประเทศ เช่น จีน ในบางมณฑลพ่อค้าแม่ค้าถึงกับปฏิเสธการรับชำระเงินสดกันเลย ทีเดียว
ฟินเทคไม่ได้มีแค่เรื่องชำระเงิน แต่ยังมีอีกหลายๆ เรื่อง เช่น การระดมเงินทุนแบบออนไลน์ หรือ "Crowd Funding" ที่ทำให้ธุรกิจเกิดใหม่ "Startup" สามารถใช้ไอเดียและความสามารถของตนสร้างสินค้าตัวอย่างขึ้นมาก่อน โดยระดมทุนจากผู้สนับสนุนทางการเงินผ่าน Crowd Finding เพื่อผลิตสินค้าจริงและนำส่งสินค้าให้แก่ผู้สนับสนุนทางการเงินในภายหลัง
โลกนั้นเปลี่ยนไปมากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค ผู้ประกอบการหากไม่ปรับตัวและตามให้ทันอาจจะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ หรืออาจถึงขั้นสูญสียรายได้ที่เคยได้แต่ดั้งเดิม และด้วยนวัตกรรมใหม่ มีบริษัท Startup พร้อมด้วยโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ธุรกิจแบบเดิมๆ ถ้าไม่ปรับตัวตามให้ทันก็มีโอกาสโดนน้องใหม่แซงในที่สุด
ส่วนภาครัฐนั้นคงต้องให้ชัดเจนเรื่องกฎหมาย หรือข้อกำหนดที่จะมาช่วยควบคุมและสร้างความชัดเจนให้ธุรกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากฟินเทค เพราะประเทศไทยตั้งใจเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเออีซีและจะมีธุรกรรม รูปแบบใหม่เกิดขึ้นมากมายในอนาคต ยิ่งภาครัฐโปรโมทเรื่องนโยบาย 4.0 อย่างหนักแล้ว หากกฎหมายไม่รองรับและไม่อำนวยธุรกรรมแบบฟินเทคแล้ว ผู้ลงทุนอาจเปลี่ยนใจไปตั้งรกรากในประเทศเพื่อนบ้านที่พร้อมกว่าเราได้ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่รุ่น 4.0 แรงกว่าเก่า ฉลาดกว่าเก่า แต่ดันลืมลงโปรแกรม ซะอย่างนั้น n







