
‘อิมแพ็ค’ ลุยสวนน้ำ-รร. หวังขึ้นแท่นทัวริสต์ เดสติเนชั่น
จะเรียม สำรวจหลังจากเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมาได้ทำการเปิดตัว 2 โครงการใหญ่ คือ โรงแรมไอบิส กรุงเทพฯ อิมแพ็ค ระดับ 3 ดาว ขนาด 587 ห้อง ใช้งบลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาท และเดอะ พอร์ทัล อาคารค้าปลีก 4 ชั้น ใช้งบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ก็เตรียมประกาศแผนลุยโครงการใหม่ต่อเนื่องทันที เพื่อผลักดันให้อาณาจักรของอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็น "ทัวริสต์ เดสติเนชั่น"
จะเรียม สำรวจ
หลังจากเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมาได้ทำการเปิดตัว 2 โครงการใหญ่ คือ โรงแรมไอบิส กรุงเทพฯ อิมแพ็ค ระดับ 3 ดาว ขนาด 587 ห้อง ใช้งบลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาท และเดอะ พอร์ทัล อาคารค้าปลีก 4 ชั้น ใช้งบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ก็เตรียมประกาศแผนลุยโครงการใหม่ต่อเนื่องทันที เพื่อผลักดันให้อาณาจักรของอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็น "ทัวริสต์ เดสติเนชั่น"
สำหรับโครงการต่อไปที่ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จะเดินหน้าพัฒนาที่ดินส่วนที่เหลืออีกประมาณ 300 ไร่ คือ การพัฒนาโรงแรมระดับ 5 ดาวริมทะเลสาบ ประมาณ 370 ห้อง ซึ่งในส่วนของโรงแรมแห่งนี้จะใช้แบรนด์พูลแมนของแอคคอร์โฮเทลมาบริหาร
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะพัฒนา สวนน้ำขนาดใหญ่ใกล้กับโรงแรมไอบิส และอาคารเมืองทองธานี เอาท์เล็ท สแควร์ เป็นพื้นที่ในการก่อสร้าง จากเดิมจะใช้พื้นที่บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานีเป็นพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อให้แต่ละโครงการเชื่อมต่อถึงกัน ซึ่งจากการเปลี่ยนที่ดินในการสร้างสวนน้ำดังกล่าว ทำให้ขณะนี้พื้นที่ที่จะใช้ในการก่อสร้างยังไม่นิ่ง จากเดิมคาดว่าจะใช้อยู่ที่ประมาณ 7 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.)
พอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในอีก 2-3 ปีนับจากนี้ บริษัทจะเน้นการพัฒนาโครงการโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งที่ 3 ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการสวนน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งในส่วนของโรงแรม 5 ดาวแห่งที่ 3 บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านบาท ขณะที่โครงการสวนน้ำคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท
โครงการแรกที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ คือ โรงแรม 5 ดาว แห่งที่ 3 เนื่องจากอีกไม่เกิน 1 เดือนนับจากนี้จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ หลังจากนั้นประมาณปี 2562 จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ ขณะที่โครงการสวนน้ำตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการขอข้อมูลโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าประมาณไตรมาส 3 ของปี 2561 การขอ EIA น่าจะแล้วเสร็จ หลังจากนั้นประมาณเดือน ก.ย. 2560 น่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 18-20 เดือน ประมาณเดือน ก.ย. 2563 น่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการสวนน้ำที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นั้น พอลล์ มองไว้ว่า จะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก ด้วยสัดส่วน 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ ต่างชาติที่เข้ามาร่วมงานประชุม สัมมนาภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี
พอลล์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของราคาเข้าสวนน้ำบริษัทวางไว้ใกล้เคียงกับคู่แข่งในตลาด แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากคู่แข่งในตลาด คือ ราคาอาหารที่จำหน่ายภายในสวนน้ำจะต้องเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้ง่าย ขณะเดียวกันก็จะจัดพื้นที่ส่วนใหญ่ให้อยู่ในร่ม เนื่องจากพฤติกรรมของคนไทยชอบสถานที่ที่มีร่มเยอะๆ บริษัทจึงมีแผนที่จะจัดทำพื้นที่นั่งรอส่วนใหญ่อยู่ในร่ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องนั่งรอบุตรหลานเล่นสวนน้ำ
หลังจากเปิดให้บริการสวนน้ำ พอลล์ คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน/ปี และเพื่อให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น พอลล์ บอกว่า ภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี ต้องมีบริการที่มากกว่านี้ สิ่งที่มีความเป็นไปได้และอยู่ในแผนที่กำลังจะเดินไป คือ การขยายโรงแรมแห่งที่ 4 และแห่งที่ 5 เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาใช้บริการต่างๆ ภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะจากจำนวนห้องพักของโรงแรมที่มีอยู่ 2 แห่ง เกือบ 1,000 ห้อง และกำลังจะก้าวสู่ 1,200 ห้อง เมื่อโรงแรมแห่งที่ 3 แล้วเสร็จอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว
ดังนั้น บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จึงมีแผนที่จะพัฒนาโรงแรมแห่งที่ 4 และแห่งที่ 5 เพื่อให้จำนวนห้องพักมีมากถึง 2,000 ห้อง เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
ปัจจัยที่ทำให้มั่นใจว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่างๆ ภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพิ่มขึ้น คือ การที่ภาครัฐมีนโยบายก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-แจ้งวัฒนะ-มีนบุรี โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการปิดถนนแจ้งวัฒนะบางส่วนเพื่อดำเนินการก่อสร้างแล้ว ซึ่งตามแผนรถไฟฟ้าสายนี้จะแล้วเสร็จประมาณปี 2563 และเพื่อดึงลูกค้าเดินทางมายังอิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ง่ายขึ้น ทางบริษัท บางกอกแลนด์ (BLAND) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ก็มีแผนที่จะใช้งบกว่า 1,000 ล้านบาท ลงทุนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีชมพูจากถนนแจ้งวัฒนะเข้ามาเมืองทองธานี จำนวน 2 สถานี คือ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ และริมทะเลสาบ เมืองทองธานี
หากทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ตาม แผนที่วางไว้ เมืองทองธานีจะกลายเป็นหนึ่งในทัวริสต์ เดสติเนชั่น ได้อย่างแน่นอน







