posttoday
แนวโน้มลงทุน ตราสารหนี้ปีหน้า

แนวโน้มลงทุน ตราสารหนี้ปีหน้า

29 พฤศจิกายน 2560

สิริพร ตลาดตราสารหนี้ในปี 2560 สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปีมาก ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงต้นปีมีความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นและเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ ภายหลังจากการขึ้นดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ดีภายหลังจากที่อัตราเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดทั่วโลก สถานการณ์การเมืองในสหรัฐมีปัญหาความขัดแย้งสูงจนไม่สามารถผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ ที่สำคัญได้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐปรับลดลง

สิริพร

ตลาดตราสารหนี้ในปี 2560 สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปีมาก ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงต้นปีมีความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นและเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ ภายหลังจากการขึ้นดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ดีภายหลังจากที่อัตราเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดทั่วโลก สถานการณ์การเมืองในสหรัฐมีปัญหาความขัดแย้งสูงจนไม่สามารถผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ ที่สำคัญได้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐปรับลดลง

แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มดำเนินนโยบายลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางลง ตลอดจนมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วถึงสองครั้งในปีนี้ และคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. ด้านตลาดตราสารหนี้ของไทยก็มีการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับสหรัฐ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับลดลงตั้งแต่ต้นปีโดยเฉลี่ยมากกว่า 0.2% ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้โดยเฉพาะตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือระยะกลางถึงยาวสามารถสร้างผลตอบแทนได้ค่อนข้างดีในปีนี้

สำหรับแนวโน้มตลาดตราสารหนี้ในปีหน้าถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอีกปีหนึ่ง และตลาดตราสารหนี้ไทยมีโอกาสที่จะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงเท่าปีนี้ เนื่องจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ที่เคยส่งเสริมให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลงในปีนี้อาจจะเปลี่ยนทิศทางในปีหน้า โดยหากมองจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทย เริ่มจากอัตราเงินเฟ้อที่ปีนี้ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำตลอดปี อาจมีแรงกดดันจากราคาพลังงานให้เพิ่มสูงขึ้นได้ในปีหน้า

ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มจะขยายตัวได้ดี ต่อเนื่องถึงปีหน้า ภายหลังจากที่ขยายตัวสูงกว่าคาดหมายถึง 4.3% ในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนทั้งจากการส่งออก การท่องเที่ยว และการเติบโตจากการลงทุนในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขนาดใหญ่

เมื่อหันไปมองดูปัจจัยต่างประเทศก็จะพบว่าบรรยากาศโดยรวม ดูไม่เอื้อต่อตลาดตราสารหนี้เช่นกัน ทั้งแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อมี ทิศทางฟื้นตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกและการตึงตัวของ ตลาดแรงงานในหลายประเทศ และในส่วนของสหรัฐก็มีโอกาสสูงที่ รัฐบาลจะสามารถผลักดันนโยบายการปฏิรูปภาษีผ่านรัฐสภาได้สำเร็จภายในปีนี้ ภายหลังจากที่ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ขั้นตอนถัดไปจะเป็นการเจรจาเพื่อขอความเห็นชอบจากวุฒิสภา ซึ่งหากสามารถตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว ก็อาจเห็นนโยบายดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ได้ทันในปีหน้าเลย

นอกจากนั้น ในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายการเงินในต่างประเทศใน ปีหน้าคาดว่าจะเห็นธนาคารกลางสหรัฐทยอยลดขนาดงบดุลลงต่อเนื่องตามแผนและมีการทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อเริ่มเร่งตัวขึ้นก็อาจเห็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่า ปีนี้ได้ ในขณะที่ธนาคารกลุ่มประเทศในยุโรปก็มีแนวโน้มจะลดการใช้นโยบายการผ่อนคลายเชิงปริมาณลง ภายหลังเศรษฐกิจยุโรปมีการ ฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น

ดังนั้นคาดว่าตลาดตราสารหนี้น่าจะมีความผันผวนสูงขึ้น โดยใน ช่วงปลายปีนี้มีปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามนอกเหนือจากประเด็นเรื่องนโยบายภาษีของสหรัฐแล้ว ยังมีปัจจัยความเสี่ยงด้านการเมือง ในยุโรป โดยเฉพาะแผนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของเยอรมนี ที่ยังมีปัญหาไม่สามารถจัดตั้งได้สำเร็จ และแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่หาก ปรับตัวสูงขึ้นไปอีก ก็อาจส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ