
เทคโนโลยีเสียง อาวุธสร้างแบรนด์
เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัยปีหน้าเทคโนโลยีเสียงพูดจะเป็นเครื่องมือการตลาดที่ถูกนำมาใช้กับแบรนด์หรือสินค้ามากขึ้น ว่ากันว่าจะเป็นเทรนด์แห่งอนาคตที่ยังต่อยอดไปได้อีกไกล
เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ปีหน้าเทคโนโลยีเสียงพูดจะเป็นเครื่องมือการตลาดที่ถูกนำมาใช้กับแบรนด์หรือสินค้ามากขึ้น ว่ากันว่าจะเป็นเทรนด์แห่งอนาคตที่ยังต่อยอดไปได้อีกไกล
หรรษา วงศ์สิริพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัล บริษัท เจ.วอลเตอร์ ธอมสัน เปิดเผยว่า เสียงเป็นเสมือนรูปแบบการสื่อสารที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ แบรนด์สามารถคว้าโอกาสในการนำเสนอเทคโนโลยีทางเสียงให้กับผู้บริโภค โดยช่วยสร้างบทสนทนาแบบไร้รอยต่อระหว่างแบรนด์กับผลิตภัณฑ์ อาทิ การเป็นผู้ช่วยทางเสียงสั่งงานจากบริการของแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งกาแฟ สั่งเรียกรถแท็กซี่ สั่งให้ทำความสะอาด หรือสั่งให้แนะนำเครื่องดื่ม
สำหรับในอาเซียนเทรนด์เทคโนโลยีด้านเสียงในสิงคโปร์จะเริ่มนำระบบดังกล่าวมาใช้ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า โดยเป็นโฆษณาที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมและทำให้คนเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ หรือในอเมริกา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตัวหนึ่งในต่างประเทศใช้เทคโนโลยีทางเสียง ด้วยการแนะนำสูตรเครื่องดื่มสำหรับโอกาสต่างๆ เช่น ปาร์ตี้ หรือสำหรับช่วงเวลาค่ำ โดยเชื่อมโยงกับสินค้าได้อย่างเหมาะสมและลงตัว ผลสุดท้ายคือการได้ยอดขายที่ตามมา
นอกจากนี้ เทคโนโลยียังสามารถสร้างให้เสียงเป็นผู้ช่วยส่วนตัวในรูปแบบดิจิทัล แบรนด์ต้องคิดว่าจะช่วยผู้บริโภคในด้านใด โดยดึงในสิ่งที่ตัวเองมีทักษะหรือความถนัดในสิ่งนั้นก่อน เพื่อสร้าง อีโคซิสเต็มด้วยการจับมือร่วมกับพันธมิตร อาทิ การคิดให้ล่วงหน้าในเรื่องที่คนอาจยังนึกไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งพิซซ่า การใช้เสียงในการช็อปปิ้งที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกจะสั่งซื้อได้เลย สั่งเก็บไว้ในตะกร้า ซึ่งเหมาะกับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ
"ต้องจับตาดูระบบปฏิบัติการสั่งงานด้วยเสียง 2 ตัวให้ดี คือ Bixby ของซัมซุง กับกูเกิล เอ็กซ์เพรส ซึ่งวอลมาร์ท กับทาร์เก็ตให้ระบบดังกล่าวสามารถสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียง ส่วนอเมซอนสร้าง Alexa ระบบสั่งงานด้วยเสียง สร้างการแข่งขันใหม่ที่ไม่ได้ต่อสู้กับที่ชั้นวาง ที่ส่วนใหญ่คนจะสวิตชิ่งแบรนด์จากการตัดราคาสินค้าหรือการทำโปรโมชั่น ณ จุดขาย" หรรษา กล่าว
ทั้งนี้ เทคโนโลยีเสียงยังเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ อุปกรณ์ที่ใช้ภายในบ้าน หรือกระทั่งสามารถเชื่อมโยงกับร้านค้า บรรจุภัณฑ์ อย่างในญี่ปุ่น พัฒนาเทคโนโลยีเสียงกับติดระบบเซ็นเซอร์ เรียกว่า TALKING POP ในผลไม้ที่จำหน่าย กลายเป็นสินค้าพูดได้ หรือกระทั่งนำดาต้าของผู้บริโภคมาทำการวิเคราะห์พร้อมกับสร้างบริการตามที่ลูกค้าต้องการเฉพาะกลุ่ม
หรรษา กล่าวว่า สิ่งสำคัญเมื่อแบรนด์ใช้เทคโนโลยีเสียงแล้ว ต้องทำเสียงให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อให้คนสามารถจดจำแบรนด์ได้ กลยุทธ์ด้านเสียงก็เป็นเหมือนกลยุทธ์ทางด้านกลิ่น อย่างสตาร์บัคส์ใช้กลิ่นของกาแฟ เพื่อบ่งบอกและสื่อสารถึงการเป็นร้านเครื่องดื่มกาแฟสตาร์บัคส์
นอกจากนี้ ในด้านของการตลาด เทคโนโลยีทางเสียงยังสามารถสร้างบริการใหม่ๆ ที่ช่วยปลดล็อกผู้ใช้งานออกจากการใช้หน้าจอ อย่างที่อเมริกามีตู้รับ-ส่งไปรษณีย์ และใช้แสตมป์ผ่านเสียงในการจัดส่ง หรือรถยนต์เอ็มจีที่มีระบบการสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ และกลายเป็นที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับการตัดสินใจซื้อ
แบรนด์สามารถนำเทคโนโลยีเสียงพูดมาปรับใช้ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ โดยการคิดค้นและสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น อาจเริ่มต้นจากส่วนเล็กๆ แล้วค่อยๆ พัฒนาให้ใหญ่ขึ้น ขณะนี้ในไทยยังไม่มีแบรนด์ใดเริ่มนำเทคโนโลยีเกี่ยวกับเสียงมาใช้มากนัก จึงนับว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก หากแบรนด์ใดริเริ่มก่อนเป็นแบรนด์แรกๆ n







