
อธิปไตยไซเบอร์
ดร.ชาลี วรกุลพิพัฒน์เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเข้าร่วมงาน CDIC2017 ในงานนี้พบว่ามีอยู่คำหนึ่งที่กำลังมาแรงและไม่ควรมองข้าม นั่นคือ อธิปไตยไซเบอร์ หรือ Cyber Sovereignty อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญและผู้บุกเบิกเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ของประเทศไทยได้กล่าวเรื่องนี้ไว้ชัดเจน
ดร.ชาลี วรกุลพิพัฒน์
เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเข้าร่วมงาน CDIC2017 ในงานนี้พบว่ามีอยู่คำหนึ่งที่กำลังมาแรงและไม่ควรมองข้าม นั่นคือ อธิปไตยไซเบอร์ หรือ Cyber Sovereignty อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญและผู้บุกเบิกเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ของประเทศไทยได้กล่าวเรื่องนี้ไว้ชัดเจน
หากพูดถึงคำว่าอธิปไตย เราคงนึกถึงคำว่าดินแดนหรือที่ตั้งของประเทศ เราอาจบอกได้ประเทศไทยมีอธิปไตยเป็นของตนเอง ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นให้ใคร แต่ปัจจุบันเราสูญเสียอธิปไตย (ไซเบอร์) ให้ต่างประเทศแล้ว อธิปไตยที่เสียไปคือการเสียสินทรัพย์ที่เป็นข้อมูลและเงินทองไปอย่างมหาศาลทีเดียว
เอาง่ายๆ ทุกครั้งที่เราจะลงทะเบียนใช้งานใดๆ ไม่ว่าจะ Facebook YouTube หรือ Gmail เราจะต้องยอมรับ Terms & Conditions ก่อน ซึ่งหากเราเข้าไปอ่านจะพบว่าผู้ใช้จะต้องยินยอมให้บริษัทผู้ให้บริการนำข้อมูลไปทำอย่างอื่นต่อไปได้ ซึ่งเขาอาจจะเอาไปขายหรือไปวิเคราะห์ต่อยอดอีกมากมายทางธุรกิจ นี่คือการสูญเสียอธิปไตยแบบที่หนึ่ง
ทุกครั้งที่เราใช้ Search Engine ค้นหาข้อมูลใดๆ บริษัทผู้ให้บริการสามารถนำข้อมูลที่เราค้นหามาวิเคราะห์พฤติกรรมเราได้ ถ้าเราค้นหาคำใน Google ด้วย Keyword เดียว ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปของแต่ละคน การทำ Data Analytic สร้างมูลค่าออกมามากมาย และยังสามารถวิเคราะห์ลงลึกไปอีกว่าผู้ใช้ต้องการข้อมูลอะไร โดยอาจวิเคราะห์จากประวัติการค้นหาที่ผ่านมา เช่น ค้นหา คำว่า "David" Keyword ที่ Google แนะนำก็คงมีหลากหลาย เพราะคำว่า David ค่อนข้างกว้าง หลังจากนั้นเมื่อค้นหาเกี่ยวกับ Football, Manchester United พอกลับมาค้นคำว่า David อีกที คราวนี้ Google แนะนำคำว่า David Beckham ที่สำคัญ Google เก็บ Keyword ทุกคำที่เราค้นหา รวมถึงสถานที่ที่เรา Login เข้า Google Account ด้วย จึงเสมือนเราถูกจับตาโดย Google ตลอดเวลา
กลับมาเรื่องอธิปไตยของประเทศไทยบ้าง เคยคิดไหมว่าทำไมเราอยากจะจองโรงแรมในประเทศไทย แต่กลับต้องไปจองผ่านเว็บจองโรงแรมชื่อดังในต่างประเทศ ทำไมต้องเอาเงินให้ต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ลงทุนโรงแรมเลย ขณะที่โรงแรมในประเทศไทยต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้เว็บต่างประเทศ ทั้งที่หลายต่อหลายครั้ง การจองโดยตรงกับโรงแรมในประเทศไทยหลายที่หรือแม้ Walk in ยังถูกกว่าการจองผ่านเว็บจองโรงแรม
ตรงนี้อธิปไตยที่สูญเสียไม่ใช่แค่ค่าบริการหรือค่า Transaction แต่รวมถึงเสียข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้บริการด้วย หากมองเรื่องความมั่นคงก็น่าเป็นห่วง
เรื่องอธิปไตยไซเบอร์มีมานานแล้ว แต่ตอนนี้มันเข้มข้นขึ้นจากการเข้ามาของ Big Data Analytic และ Deep Learning ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้แล้วแปรสภาพให้เป็นข้อมูลอื่นที่มีมูลค่าทางธุรกิจอย่างมหาศาล ซึ่งก็ได้บริการที่ยอดเยี่ยมใหม่ๆ อีกมากมาย แต่ปัญหาที่ตามมาคือการผูกขาดทางการค้า รวมถึงความมั่นคงของประเทศด้วย
สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือ การสูญเสียอธิปไตยไซเบอร์ บางครั้งเป็นการเสียแบบเต็มใจ ดังนั้นหากภาครัฐและเอกชน รวมถึง Start up ร่วมมือกันพัฒนาระบบสัญชาติไทย เพื่อคนไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยเหมือนดั่งที่จีนได้ทำอยู่ เมื่อนั้นเราก็คงลดการสูญเสียอธิปไตยลงได้ n







