
ค่ายรถข้ามช็อตไฮบริดลุยอีวี
ผู้ประกอบการรถยนต์มองข้ามช็อตลงทุนปลั๊ก-อิน ไฮบริด กับอีวีปีหน้า แทนไฮบริดที่จะสิ้นสุดยื่นขอส่งเสริมสิ้นปีนี้
ผู้ประกอบการรถยนต์มองข้ามช็อตลงทุนปลั๊ก-อิน ไฮบริด กับอีวีปีหน้า แทนไฮบริดที่จะสิ้นสุดยื่นขอส่งเสริมสิ้นปีนี้
จากการเปิดรับสมัครผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการให้สิทธิประโยชน์ตามประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า 3 รูปแบบ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมที่ใช้ พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า (ไฮบริด) รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (ปลั๊ก-อิน ไฮบริด) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (อีวี) ซึ่งการขอรับส่งเสริมการลงทุนประเภท ไฮบริดจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2560 ส่วนประเภทปลั๊ก-อิน ไฮบริด และอีวี จะสิ้นสุดขอรับการส่งเสริมการลงทุนวันที่ 31 ธ.ค. 2561
น.ส.ปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าของเชฟโรเลต ในต่างประเทศมีการตอบรับที่ดีและมีความพร้อม แต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความพร้อมของตลาดและผู้บริโภคในประเทศไทยว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน รวมถึงโครงสร้าง พื้นฐานซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้น จึงมองว่าบริษัทจะไม่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนประเภทไฮบริด
นายอันตวน บาร์เตส ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าจะยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน ในส่วนของไฮบริดได้ทันหรือไม่ ขณะที่บริษัทได้พยายามทำความเข้าใจกับรัฐบาลสำหรับเทคโนโลยี อี-เพาเวอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะเชื่อมต่อระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในไปยังรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดยหลังจากนี้บริษัทจะแนะนำนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ในรถยนต์นิสสันทุกรุ่นในประเทศไทย เพื่อเสริมความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์
นายโมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอ เตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทยืนยันว่าจะยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในส่วนของปลั๊ก-อิน ไฮบริด ในปี 2561 ซึ่งบริษัทมีเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่ในรุ่นมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ ที่วางจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทมองว่าแม้ทิศทางรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จะเป็นทิศทางของโลกในอนาคต แต่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับรถยนต์ไฟฟ้าจะต้องมี ดังนั้นรถยนต์ไฟฟ้า 100% จึงมีความเป็นไปได้น้อยกว่าเทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริด
"เทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริด ไม่ใช่เทคโนโลยีราคาถูก ซึ่งเชื่อว่าตลาดจะไม่ใหญ่ในระยะเวลาอันสั้นในประเทศไทย ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของรัฐบาล ซึ่งตลาด ต่างประเทศที่โตเร็วมาจากรัฐส่งเสริม" นายชกกิ กล่าว
น.ส.ยุคนธร วิเศษโกสิน ประธานฟอร์ด อาเซียน และกรรมการ ผู้จัดการฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทสนใจและศึกษานโยบายต่างๆ ของรัฐบาลที่ประกาศออกมาและเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทมาตลอด เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ทางธุรกิจปัจจัยบวกต่อ ผู้บริโภค ซึ่งการเข้ารอรับส่งเสริมการลงทุนโครงการรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลประเภทไฮบริดที่จะสิ้นสุดสิ้นปี 2560 บริษัทจะไม่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากเหลือเวลาแค่ 1 เดือนเท่านั้น







