posttoday
ซื้อ LTF ในปีที่ดัชนีหุ้นใกล้ New High

ซื้อ LTF ในปีที่ดัชนีหุ้นใกล้ New High

27 พฤศจิกายน 2560

วีระพล บดีรัฐผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคลเมื่อซื้อหุ้นแพงแล้ว ต้องขายให้ได้แพงกว่า

วีระพล บดีรัฐผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล

เมื่อซื้อหุ้นแพงแล้ว ต้องขายให้ได้แพงกว่า

คำถามของคนธรรมดาคือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าถ้าตอนนี้ซื้อแพงแล้วมันจะกลับมาได้ราคาสูงกว่าวันนี้เมื่อไหร่ คำตอบคงไม่ได้อยู่ในบทความนี้ แต่ผมกำลังจะพาทุกท่านหาคำตอบว่า แล้วในช่วงปลายปี 2560 ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยกำลังใกล้กับคำว่า New All Time High เข้าไปทุกที ตลาดหุ้น ณ วันที่ 4 ม.ค. 2537 ปิดสูงสุดตลอดกาลที่ 1,753.73 จุด ซึ่ง ณ สิ้นวันที่เขียนบทความนี้ดัชนีปิดที่ 1,695.67 จุด แต่ย้อนไปเมื่อเดือน ต.ค. หรือประมาณ 1 เดือนก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นก็ได้ปิดสูงสุดในรอบ 23 ปี ไปอยู่ที่ 1,726.67 จุดมาแล้ว และยิ่งถ้าหลายท่านกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการประหยัดภาษีด้วยการลงทุนใน LTF และไม่ได้ทยอยเข้าซื้อแบบ DCA มาเลย โดยจะมาซื้อกันตอนปลายปี ปีนี้ยิ่งเป็นปีแห่งความลำบากใจในการเข้าซื้อ LTF ยิ่งนัก

หลักสำคัญคือ ถ้าท่านอยู่ในกลุ่มที่กังวลในประเด็นของ "ตลาดแพง" แล้วต้องซื้อเพราะมีฐานเงินได้สูงอยากประหยัดภาษี การซื้อ ณ จุดที่เชื่อว่าราคาสูง และคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นอาจมีโอกาสที่จะไม่ขยับขึ้นสูงไปกว่านี้ได้มากนักภายในระยะเวลา 5-7 ปีข้างหน้า สิ่งที่ต้องคิดและทำแทบจะในทันทีในปีนี้ มี 3 ข้อครับ

1.พยายามลดสัดส่วนหุ้นด้วยเงินใหม่ถ้าไม่จำเป็นจริง ถ้ามีเงินจาก LTF ที่ครบกำหนด แล้วยังไม่ได้ขาย ให้ขายและนำเงินที่ขายได้กลับเข้ามาลงทุนใหม่ทันที ส่วนเงินที่วางแผนไว้ว่าจะซื้อ LTF เพิ่มในปีนี้ให้เลือกลงทุนบนช่องทางที่มีสภาพคล่องสูงถ้าอายุยังน้อยต้องการได้ประโยชน์จากตลาดหุ้นที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าช่องทางอื่น ก็ให้นำเงินใหม่เข้าไปลงทุนในกองทุนหุ้นปกติ ที่ไม่ใช่ LTF และค่อยๆ ลดสัดส่วนเมื่อพอร์ตหุ้นโดยรวมมูลค่าลดลงจนถึงจุดที่ควรขาย ส่วนถ้าอายุมากแล้วเช่นวัยใกล้เกษียณ ก็ให้ถือโอกาสนี้ลดพอร์ตสินทรัพย์เสี่ยง โดยอาจเลือกนำเงินลงทุนใหม่นั้นลงทุน RMF โดยเลือกตราสารหนี้ หรือกองผสม แต่ถ้ายังต้องการอยู่ในตลาดหุ้นก็ให้เตรียมแผนลดสัดส่วนหุ้นตัดขาดทุน ด้วยการสลับกองไปยัง RMF ตราสารหนี้ในอนาคต เมื่อมูลค่าพอร์ตหุ้นลดลงต่ำจนถึงจุดที่ควรขาย (อาจตั้งระดับการยอมขาดทุนอยู่ที่ 10% หรือ 15% ก็ได้)

2.สำรองเงินไว้รอเข้าซื้อตอนตลาดลง ถ้าฐานภาษีของท่านอยู่ที่เท่าใด ให้สำรองเงินที่ได้ประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนใน LTF ของปีนี้เข้าบัญชีออมทรัพย์เพื่อการลงทุน (เปิดเป็นบัญชีใหม่เพื่อสำรองประโยชน์จากการลงทุนทั้งหมด) ทันที เช่น ซื้อ LTF 2 แสนบาท ฐานภาษี 30% ก็ให้สำรองเงินไว้ 6 หมื่นบาท และยิ่งถ้าได้รับเงินปันผลจากการลงทุน LTF ไม่ว่าจะเป็นก้อนใด ก็ให้นำเงินปันผลนั้นมาเก็บสำรองไว้เช่นกัน เมื่อพอร์ต LTF ลดมูลค่าลงมาต่ำกว่า 30% หรือต่ำกว่าระดับที่ยอมรับได้ (อาจตั้งไว้ที่ระดับ 20-30%) ก็ให้นำเงินสำรองจากบัญชีนี้เข้าร่วมซื้อ หุ้น หรือกองทุนหุ้น ไม่ว่าจะเป็นกองเปิด หรือกอง LTF หรือ RMF ให้เต็มสิทธิ หรือเท่าที่จะซื้อได้ เสมือนเป็นการเก็บเงินสดไว้รอช้อนซื้อหุ้นตอนถูก ช่วยลดต้นทุน LTF ที่ซื้อไปตอนราคาแพงได้อย่างดี

3.ถือโอกาสสร้างวินัยการลงทุน สำหรับคนที่มีเงินใหม่ ที่จะลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง และต้องใช้สิทธิประโยชน์จาก LTF ทุกปีอยู่แล้ว ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ให้แบ่งเงินเป็น 2 ก้อน เท่าๆ กัน แล้วทยอยเข้าซื้อ LTF ในปีนี้ (เดือน พ.ย. และเดือน ธ.ค.) แล้วให้เริ่มแบ่งเงินลงทุนเป็น 12 ก้อน จากรายได้ประจำของปีหน้าทั้งปีไม่ร่วมโบนัสหรือเงินพิเศษ และตัดลงทุนในกองทุน LTF ตั้งแต่ต้นปี เพื่อสร้างวินัยการลงทุนให้ตัวเอง โดยไม่ต้องสนใจเรื่องราคา เพราะการทยอยลงทุน จะทำให้เราได้ราคาเฉลี่ยที่เหมาะสมอยู่แล้ว ส่วนถ้ามีเงินพิเศษเข้ามาให้นำมารอซื้อส่วนที่เหลือในช่วงปลายปีได้ โดยพยายามอย่าซื้อให้เกินสิทธิ

ถึงแม้การถือหุ้นไว้นานๆ ยิ่งมีโอกาสขาดทุนน้อยลง แต่เชื่อเหลือเกินว่า นักลงทุนที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด และมีสไตล์การลงทุนแบบระยะยาวจริงๆ คงทำใจยากสักหน่อยในจังหวะที่พอร์ตหุ้นขาดทุน ดังนั้น คำแนะนำเพื่อการเข้าซื้อในตลาดที่กำลังใกล้ทดสอบจุดสูงสุดใหม่ ทั้ง 3 ข้อข้างต้น น่าจะเป็นแนวทางที่ทำได้ทันที ไม่ใช่เพื่อป้องกันไม่ให้การลงทุนใน LTF ปีนี้ ของท่านไม่ขาดทุนในอนาคต แต่จะเป็นตัวช่วยบริหารสภาพคล่องในการลงทุน LTF ที่มีเงื่อนไขจำกัดสภาพคล่องและช่วยบรรเทาทุกข์ ณ จังหวะที่ตลาดหุ้นลงจนทำให้พอร์ตหุ้นขาดทุน ด้วยการนำผลประโยชน์จากเงินเก่ากลับเข้าไป Reinvest ในจังหวะที่ราคาลง แต่ข้อสำคัญคือ การพยายามปรับนิสัยการลงทุนที่คอยจับจังหวะของราคา มาเป็นการลงทุนโดยไม่สนราคา ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ดีในการเริ่มต้นสร้างนิสัยดังกล่าว ถ้าทำได้ทั้ง 3 ข้อ ผ่านพ้นปีนี้ไปแล้ว ก็เชื่อเหลือเกินว่า ท่าน จะอยู่ในตลาดหุ้นได้อย่างมีความสุขไม่ว่าตลาดในอนาคตจะขึ้นหรือลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท