
อุปสรรคห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรใน GMS
วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ จากทั้ง 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 1 การขจัดความยากจน และเป้าหมายที่ 10 การลดความเหลื่อมล้ำทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เป็นสองเป้าหมายสำคัญที่ประเทศใน GMS จะต้องมุ่งหน้าไปถึงภายในปี พ.ศ. 2573
วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์
จากทั้ง 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 1 การขจัดความยากจน และเป้าหมายที่ 10 การลดความเหลื่อมล้ำทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เป็นสองเป้าหมายสำคัญที่ประเทศใน GMS จะต้องมุ่งหน้าไปถึงภายในปี พ.ศ. 2573
การที่จะทำให้มิติการพัฒนาดังกล่าวประสบความสำเร็จได้ มาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ตลอดจนกลยุทธ์ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ควรมุ่งไปที่การยกระดับรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายเล็กเป็นหลัก
แม้ว่าภาคเกษตรได้ลดระดับความสำคัญลงเรื่อยๆ หากพิจารณาจากสัดส่วนต่อจีดีพีและมูลค่าการส่งออก สำหรับประเทศใน GMS สัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 10-15% เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม แรงงานภาคเกษตรนับเป็นสัดส่วนสำคัญของแรงงานทั้งหมด ในปี 2558 สัดส่วนการจ้างงานในภาคเกษตรของเวียดนามและไทยอยู่ที่ 43.6% และ 32.3% ตามลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศ
ฉะนั้น การแก้ปัญหาที่ตรงประเด็น ต้องเน้นที่การเสริมสร้างขีดความสามารถและการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ปัญหาอุปสรรคที่ต้องได้รับการแก้ไข มีดังนี้
ต้นทุนวัตถุดิบสูง เนื่องจากปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพมีราคาค่อนข้างแพง การเข้าถึงปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ที่ดีเป็นไปได้ยาก ทำให้การผลิตสินค้าเกษตรไม่มีประสิทธิภาพและผลผลิตมีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร
เกษตรกรรายเล็กมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ ขั้นตอนการปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง ตลอดจนเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ยังขาดเครื่องมือและเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น เครื่องคัดแยกเกรดผลผลิตตามคุณภาพ เครื่องอบแห้ง และรถบรรทุกขนส่งผลผลิต เป็นต้น ดังนั้นการเสริมสร้างทักษะที่เกี่ยวข้อง และการ สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน เพื่อการลงทุนซื้อเครื่องมือทางการเกษตรร่วมกัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
การเชื่อมโยงทั้งต้นน้ำและปลายน้ำค่อนข้างอ่อนแอ เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลตลาดได้ยาก ขาดอำนาจต่อรอง กลุ่มเกษตรกรมีโอกาสน้อยที่จะขายผลผลิตให้กับผู้แปรรูปโดยตรง ส่วนใหญ่จะขายผ่านผู้ค้าคนกลาง จึงได้ราคาไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งเป็นเหตุให้อาหารแปรรูปมีราคาสูงกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตและส่งออกอาหารแปรรูป
การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งเนื่องจากเกษตรกรและผู้แปรรูปรายเล็ก ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เพียงพอ เพราะฉะนั้น รูปแบบการให้บริการทางการเงินต้องปรับเปลี่ยน เพื่อให้สามารถครอบคลุมแต่ละส่วนในห่วงโซ่อุปทานให้กว้างขึ้น
หากอุปสรรคเหล่านี้เบาบางลง จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานแข็งแกร่งขึ้น เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในที่สุดก็จะเป็นหนทางที่ทำให้การบรรลุเป้าหมายขจัดความยากจนและเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำใน GMS ใกล้ความจริงมากยิ่งขึ้น







