
ลายแทงค่าลดหย่อน แบบเร่งด่วนก่อนสิ้นปี’60
#อาจารย์มิกเป็นคนซีเรียสยุทธนา ศรีสวัสดิ์ทำไมต้องเพิ่มค่าลดหย่อน?
#อาจารย์มิกเป็นคนซีเรียสยุทธนา ศรีสวัสดิ์
ทำไมต้องเพิ่มค่าลดหย่อน?
โดยปกติสูตรการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
ซึ่งเงินได้สุทธิจะเป็นฐานที่ใช้ในการคำนวณค่าภาษีต่อไป ดังนั้น เงินได้สุทธิจะมากหรือน้อยจึงสัมพันธ์โดยตรงกับค่าลดหย่อนด้วย เพราะยิ่งมีค่าลดหย่อนเยอะ ยิ่งทำให้เงินได้สุทธิลดลง และส่งผลให้เมื่อคำนวณภาษีแล้ว เราจะเสียภาษี ถูกลงนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มค่าลดหย่อนจึงเป็นการเพิ่มผลประโยชน์ทางภาษีของตัวเองที่ทุกคนสามารถทำได้ ตามเพดานที่กฎหมายกำหนด
ทำไมต้องเร่งเพิ่มค่าลดหย่อน
ก่อนสิ้นปี 2560?
เนื่องจากการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช้กรอบเวลาตามปีปฏิทิน ดังนั้น ปีภาษีจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 เมื่อนับจากวันนี้ก็เรียกได้ว่าใกล้หมดเวลาเข้าไปทุกทีแล้ว และหากพ้นวันที่ 31 ธ.ค. 2560 นี้ไป ค่าลดหย่อนที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ ก็จะกลายเป็นของปีภาษี 2561 ซี่งไม่มีผลใดๆ ต่อการ ลดหย่อนภาษีปี 2560 อีกแล้ว
เพื่อให้เราสามารถเพิ่มค่าลดหย่อนได้ทันเวลา จึงขอนำเสนอ ลายแทงค่าลดหย่อนภาษี 9 รายการ ที่สามารถหาเพิ่มได้เองแบบเร่งด่วนก่อนสิ้นปี 2560 นี้
1.ช็อปช่วยชาติ ค่าลดหย่อนที่มากันแทบเป็นประเพณีประจำทุกปลายปี ซึ่งปี 2560 นี้นับเป็นรอบที่ 3 แล้ว
หาได้ที่ไหน : ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
เงื่อนไขเบื้องต้น : ต้องเป็นค่าซื้อสินค้า/ค่าบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไประหว่างวันที่ 11 พ.ย.-3 ธ.ค. 2560
สิทธิลดหย่อน : ตามที่ซื้อจริง สูงสุด 1.5 หมื่นบาท
หลักฐานที่ต้องขอ : ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปจาก ผู้ประกอบการ
2.บริจาคเพื่อการศึกษา ค่าลดหย่อนที่ให้สิทธิลดหย่อนโดดเด่นที่สุดในบรรดาค่าลดหย่อนอื่นๆ เพราะสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนได้ถึง 2 เท่า ของที่บริจาคจริง
หาได้ที่ไหน : โรงเรียน มหาวิทยาลัยทั้งเอกชนและรัฐบาล
เงื่อนไขเบื้องต้น : ต้องเป็นเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนโรงเรียน มหาวิทยาลัยนั้นๆ
สิทธิลดหย่อน : 2 เท่าของที่บริจาคจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช่จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว
หลักฐานที่ต้องขอ : ใบเสร็จรับเงินหรือใบอนุโมทนาบุญ
3.บริจาคทั่วไป ถ้าคุณเคยบริจาคให้วัดวาอาราม หรือมูลนิธิ/ สมาคมต่างๆ ใบเสร็จรับเงินที่ได้มา สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ อย่างล่าสุด โครงการก้าวคนละก้าวของพี่ตูน บอดี้สแลม ที่รับบริจาคเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาล 11 แห่ง เป็นการบริจาคเข้ามูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งสามารถนำไปเป็นกำลังใจให้พี่ตูนและนำไปลดหย่อนภาษีให้ตัวเองได้พร้อมๆ กัน
หาได้ที่ไหน : วัดวาอาราม มูลนิธิ สมาคม องค์กรการกุศล สาธารณะต่างๆ
เงื่อนไขเบื้องต้น : บริจาคให้องค์กรการกุศลสาธารณะที่ได้รับการประกาศรายชื่อแล้ว
สิทธิลดหย่อน : ตามที่บริจาคจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงิน ได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว
หลักฐานที่ต้องขอ : ใบเสร็จรับเงินหรือใบอนุโมทนาบุญ
4.LTF ค่าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF : Long-term Equity Fund) เป็นการลงทุนลดหย่อนภาษียอดนิยมของ หลายๆ คน เนื่องจากมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่ารายการ อื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย
หาได้ที่ไหน : บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
เงื่อนไขเบื้องต้น : ซื้อกองทุนรวมหุ้น LTF แล้วถือไว้โดยไม่ขายอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน
สิทธิลดหย่อน : ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และต้องไม่เกิน 5 แสนบาท
หลักฐานที่ต้องขอ : หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนที่ออกโดย บลจ.
5.RMF ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF : Retirement Mutual Fund) เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อการ เกษียณที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาก เพียงแต่ว่าเป็นภาคสมัครใจที่เราสามารถหาซื้อเองได้ มีรูปแบบ ที่หลากหลายกว่า LTF มาก เพราะสามารถเลือก RMF ที่ความ เสี่ยงต่ำมากไปจนถึงสูงมากได้ เลือกนโยบายลงทุนในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้
หาได้ที่ไหน : บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
เงื่อนไขเบื้องต้น : ซื้อกองทุนรวม RMF แล้วถือไว้โดยไม่ขายอย่างน้อยจนอายุ 55 ปีบริบูรณ์
สิทธิลดหย่อน : ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท
หลักฐานที่ต้องขอ : หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนที่ออกโดย บลจ.
6.ประกันชีวิต เครื่องมือสำหรับคุ้มครองความเสี่ยงที่จะจ่ายเงินให้เราเมื่อเสียชีวิต ทั้งนี้ ผลประโยชน์จะขึ้นอยู่กับ ประเภทของประกันชีวิตที่เลือกซื้อ ได้แก่ แบบคุ้มครองตลอดชีพ แบบชั่วระยะเวลา หรือแบบออมทรัพย์ แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบใด ก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ทั้งสิ้น
หาได้ที่ไหน : บริษัทประกันชีวิต หรือตัวแทนประกันชีวิต
เงื่อนไขเบื้องต้น : ซื้อประกันชีวิตที่มีอายุความคุ้มครองอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป
สิทธิลดหย่อน : ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท
หลักฐานที่ต้องขอ : หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกันที่ ออกโดยบริษัทประกัน
7.ประกันสุขภาพ เครื่องมือสำหรับคุ้มครองความเสี่ยงที่จะจ่ายเงินให้เราเมื่อเจ็บป่วยหรือตรวจพบโรคร้ายแรง เป็นค่า ลดหย่อนน้องใหม่ล่าสุดที่คาดว่าจะประกาศเป็นกฎหมายช่วง ปลายปีนี้
หาได้ที่ไหน : บริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัย หรือตัวแทนฯ
เงื่อนไขเบื้องต้น : ซื้อประกันสุขภาพที่คุ้มครองเรื่องการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชย การทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือ บาดเจ็บ โรคร้ายแรง หรือการดูแลระยะยาว
สิทธิลดหย่อน : ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไปแล้ว ต้องไม่เกิน 1 แสนบาท
หลักฐานที่ต้องขอ : หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกันที่ออกโดยบริษัทประกัน
8.ประกันชีวิตแบบบำนาญ เครื่องมือสำหรับคุ้มครองความเสี่ยงที่จะจ่ายเงินให้เราเมื่อเสียชีวิตแต่จะเน้นการรับผลตอบแทนกลับมาช่วงเกษียณมากกว่า จึงเป็นทางเลือกลดหย่อนภาษีที่เน้นรายได้ขั้นต่ำตอนเกษียณไปแล้วแบบมีความคุ้มครองไปด้วยมากกว่า
หาได้ที่ไหน : บริษัทประกันชีวิต หรือตัวแทนประกันชีวิต
เงื่อนไขเบื้องต้น : ซื้อประกันชีวิตที่มีอายุความคุ้มครองอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป และเริ่มจ่ายผลประโยชน์เมื่อเรามีอายุตั้งแต่ 55-85 ปีหรือสูงกว่านั้น
สิทธิลดหย่อน : ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและ RMF แล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท
หลักฐานที่ต้องขอ : หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกันที่ออกโดยบริษัทประกัน
แต่เนื่องจากค่าลดหย่อนกลุ่มกองทุนกับประกันนั้นหาก จ่ายเงินจำนวนเท่ากัน ย่อมลดหย่อนภาษีได้ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น ความแตกต่างเดียวที่มีคือผลประโยชน์หรือผลตอบแทน ที่ได้รับจากการลงทุนนั้นๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ ความเสี่ยงที่รับได้และเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งแต่ละคนย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน
เพื่อให้สะดวกแก่ในการค้นหาค่าลดหย่อนที่เหมาะสม กับตัวเราจริงๆ คุณสามารถค้นหา LTF/RMF รวมถึงประกัน ลดหย่อนภาษีได้ จากฐานข้อมูลของ iTAX ที่ www.itax.in.th/ market ซึ่งสามารถใช้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ขอข้อมูลส่วนตัวและไม่ต้องลงทะเบียนแต่อย่างใด







