posttoday
ของฝากจากมุมไบ (จบ)

ของฝากจากมุมไบ (จบ)

25 พฤศจิกายน 2560

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒนคานธีถูกจำคุกเกือบ 2 ปี ก็ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากปัญหาสุขภาพ คานธียกระดับการต่อสู้สู่การประกาศเอกราช เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2473 มีการร่างคำประกาศเอกราช มีข้อความว่า "เราเชื่อว่า เป็นสิทธิอันไม่อาจพรากจากไปได้ของประชาชนอินเดีย เฉกเช่นประชาชนชาติอื่น ที่จะต้องมีเสรีภาพที่จะได้รับผลพวงแห่งหยาดเหงื่อและสิ่งจำเป็นแห่งชีวิต เพื่อว่าพวกเขาจะมีโอกาสโดยสมบูรณ์ที่จะเจริญเติบโต เราเชื่อด้วยว่า หากรัฐบาลใดก็ตามที่พรากสิทธิเหล่านี้ไปจากประชาชนและกดขี่พวกเขา ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงหรือกำจัดรัฐบาลนั้นให้สิ้นไป รัฐบาลอังกฤษในอินเดียไม่เพียงพรากเสรีภาพไปจากประชาชนอินเดียเท่านั้น แต่ยังเอารัดเอาเปรียบปวงชน และทำลายอินเดียทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และจิตวิญญาณ ดังนั้น เราจึงเชื่อว่า อินเดียจะต้องตัดขาดความสัมพันธ์จากอังกฤษ และมีบูรณสวราชหรืออิสรภาพโดยสมบูรณ์..."

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน

คานธีถูกจำคุกเกือบ 2 ปี ก็ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากปัญหาสุขภาพ คานธียกระดับการต่อสู้สู่การประกาศเอกราช เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2473 มีการร่างคำประกาศเอกราช มีข้อความว่า "เราเชื่อว่า เป็นสิทธิอันไม่อาจพรากจากไปได้ของประชาชนอินเดีย เฉกเช่นประชาชนชาติอื่น ที่จะต้องมีเสรีภาพที่จะได้รับผลพวงแห่งหยาดเหงื่อและสิ่งจำเป็นแห่งชีวิต เพื่อว่าพวกเขาจะมีโอกาสโดยสมบูรณ์ที่จะเจริญเติบโต เราเชื่อด้วยว่า หากรัฐบาลใดก็ตามที่พรากสิทธิเหล่านี้ไปจากประชาชนและกดขี่พวกเขา ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงหรือกำจัดรัฐบาลนั้นให้สิ้นไป รัฐบาลอังกฤษในอินเดียไม่เพียงพรากเสรีภาพไปจากประชาชนอินเดียเท่านั้น แต่ยังเอารัดเอาเปรียบปวงชน และทำลายอินเดียทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และจิตวิญญาณ ดังนั้น เราจึงเชื่อว่า อินเดียจะต้องตัดขาดความสัมพันธ์จากอังกฤษ และมีบูรณสวราชหรืออิสรภาพโดยสมบูรณ์..."

"เราถือว่า มันเป็นอาชญากรรมต่อมนุษย์และพระผู้เป็นเจ้าที่จะยอมรับการปกครองที่เป็นต้นเหตุแห่งหายนะภัยทั้ง 4 ประการต่อประเทศของเรา อย่างไรก็ดี เราตระหนักว่า วิธีที่มีประสิทธิผลที่สุดที่จะบรรลุเสรีภาพ คือจะต้องไม่ผ่านความรุนแรง ดังนั้น เราจะตระเตรียมตัวของพวกเรา ถอนความสัมพันธ์โดยสมัครใจจากรัฐบาลอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และเราจะเตรียมการอารยะขัดขืนซึ่งรวมทั้งการไม่เสียภาษี เราเห็น ตามท่านคานธี และมณีภวันว่าถ้าเราสามารถถอนความร่วมมือโดยสมัครใจ และหยุดจ่ายภาษีโดยไม่กระทำการรุนแรง หรือแม้โดยการยั่วยุ การปกครองที่ไร้มนุษยธรรมนี้จะถึงการ สิ้นสุดโดยแน่นอน ดังนั้น เราจึงมีมติด้วยความสุขุม คัมภีรภาพที่จะทำตามคำชี้แนะของพรรคคองเกรสแห่งชาติ ที่จะประกาศออกมาเป็นระยะๆ เพื่อบรรลุเป้าประสงค์แห่งการสถาปนาบูรณสวราช"

รูปธรรมของอารยะขัดขืนคือการเดินขบวนประท้วงกฎหมายภาษีเกลือที่เมืองทัณฑี หลายคนถูกตีที่ศีรษะจนบาดเจ็บสาหัส คานธีถูกจับกุมเมื่อ 5 พ.ค. เมื่อขึ้นสู่ศาลแทนที่จะต่อสู้ว่ามิได้กระทำผิดกฎหมาย คานธีประกาศยอมรับผิดอย่างองอาจและขอให้ศาลลงโทษสถานหนักที่สุด ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 6 ปี พร้อมผู้ร่วมขบวนการจำนวนมากมาย แต่ไม่ถึง 1 ปี รัฐบาลก็ปล่อยตัว เมื่อ 25 ม.ค. 2474 รุ่งขึ้นมีการเฉลิมฉลองครบหนึ่งปีของการประกาศเอกราชฝ่ายเดียวอย่างเอิกเกริก วันถัดมาคือวันที่ 27 ม.ค. คานธีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่บ้าน มณีภวันว่า การปล่อยตัวของผู้นำการต่อสู้ มิได้แปลว่าการต่อสู้จะยุติ คานธียืนยันสิทธิในการประท้วง และสิทธิในการผลิตเกลือต่อไป คานธีร่วมเฉลิมฉลองวันครบรอบปีการประกาศ เอกราชที่มณีภวัน และประกาศ "มติแห่งความทรงจำ" ยืนยันการต่อสู้เพื่อเอกราชต่อไป

เริ่มมีการเจรจากับลอร์ดเออร์วิน ผู้สำเร็จราชการของอังกฤษ จนบรรลุข้อตกลง "คานธี-เออร์วิน" โดยต้องมีการ "ประชุมโต๊ะกลม" ในกรุงลอนดอนต่อไป คานธีได้รับมอบหมายจากพรรคคองเกรสแห่งชาติให้เป็นผู้แทนแต่ ผู้เดียวในการไปเจรจากับอังกฤษ ก่อนออกเดินทาง คานธีเขียนว่า "ผมต้องเดินทางไปลอนดอนโดยมีพระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้นำทาง ทรงเปี่ยมด้วยความหวงแหน ไม่ทรงยอมให้ใครใช้อำนาจของพระองค์ ดังนั้น ทุกคนจะต้องอยู่เบื้องหน้าพระองค์อย่างผู้อ่อนแอ ด้วยมือที่ว่างเปล่า และสยบยอมโดยสิ้นเชิงต่อพระองค์ แล้วพระองค์จะทรง ประสิทธิ์ประสาทให้เรายืนหยัดตรง ต่อหน้าคนทั้งโลก และจะทรงปกป้องคุ้มครองผองภัยให้แก่เรา ...."

คานธี ออกจากมุมไบเมื่อ 29 ส.ค. 2474 และกลับถึงอินเดียมือเปล่าเมื่อ 29 ธ.ค. ปีเดียวกัน ก่อนกลับถึงอินเดียไม่กี่วัน ผู้นำการต่อสู้เพื่อเอกราช เช่น เนห์รูถูกจับกุมคุมขัง ปีต่อมารัฐบาลประกาศให้พรรคคองเกรสแห่งชาติเป็นองค์กรผิดกฎหมาย คานธีต้องประกาศต่อสู้ด้วยสัตยาเคราะห์ ประกาศอดอาหารจนตาย และถูกจับกุมคุมขังอีกหลายครั้งก่อนอังกฤษจะยอมให้อินเดียเป็นเอกราช (ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2) เมื่อ 15 ส.ค. 2490 ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นคานธีก็ถูกสังหาร เมื่อเวลา 17.05 น. ของวันที่ 30 ม.ค. 2491

ทุกครั้งที่ต่อสู้ และรู้ว่าจะต้องถูกจับเข้าคุก คานธีจะเผชิญชะตากรรมด้วยความกล้าหาญและสง่างาม เช่น เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2475 ที่บ้านมณีภวัน คานธีได้รับโทรเลขแจ้งข่าวร้ายจาก ผู้สำเร็จราชการอังกฤษ คานธียิ้มและบอกว่า "ผมพร้อมเข้าคุกแล้ว"

คานธีประกาศผ่านสื่อว่า "ประชาชาติจะต้องเผชิญความท้าทายจากรัฐบาล อย่างไรก็ต้องมีความหวังว่าประชาชนทุกชนชั้นวรรณะ ทุกศรัทธาความเชื่อและทุกปรัชญาชีวิตจะต้องกล้าหาญและอ่อนน้อมถ่อมตน ผ่านการทดสอบที่เข้มข้นร้อนแรง ไม่มีอะไรที่แพงเกินไป ไม่มีความทุกข์ยากใดที่ใหญ่โตเกินไป ทุกคนจะต้องยึดมั่นในหลักอหิงสา ทั้งโดยมโนกรรม วจีกรรม และกายกรรม ไม่ว่าจะถูกยั่วยุเพียงใด...เราไม่ได้ต่อสู้กับคนแต่ต่อสู้กับมาตรการ"

กับผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน คานธีบอกว่า "เมื่อเริ่มการต่อสู้ที่ต้องเสี่ยงตาย ผมหวังว่าจะมีเพื่อนชาวอเมริกันจำนวนมากที่จะเฝ้ามองเหตุการณ์และใช้ความเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่กระทำเพื่อคนที่ถูกกดขี่ การต่อสู้ของชาวอินเดียมิใช่เพียงการต่อสู้ของชนชาติหนึ่ง แต่เป็นการต่อสู้ที่มีคุณค่าต่อนานาชาติและมนุษยชาติ"

ปัจจุบัน บ้านมณีภวันได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑสถาน เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่มหาตมา คานธี มีทั้งนิทรรศการภาพเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของคานธี ห้องที่คานธีพำนักอาศัย ระเบียงบ้านที่คานธีใช้สวดภาวนาและถูกจับ รวมทั้งเป็นที่ปราศรัยกับประชาชน ห้องฉายภาพยนตร์ ห้องสมุด มีหนังสือกว่า 5 หมื่นเล่ม ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวิต งาน ความคิด ความเชื่อของคานธี และเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง มีบริการให้ยืม สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถาบันวิจัยด้านความคิดของคานธีและการพัฒนาชนบทโดยได้รับการรับรองจาก มหาวิทยาลัยมุมไบ

เมื่อ ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้นำการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกัน มาเยือนมณีภวัน เมื่อเดือน พ.ค. 2502 พร้อม คอเรตตา คิง ภรรยา ทั้งคู่ประทับใจอย่างมากกับบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้ จึงเปลี่ยนจากการพักในโรงแรมหรูขอเข้าพักในมณีภวันแทน ดร.คิง บอกว่า "เราอยากได้รับความประทับใจสูงสุดด้วยการขอเข้าพักในสถานที่แห่งนี้ ถ้าคานธีอยู่ที่นี่ได้ ทำไมเราจะอยู่ไม่ได้" ทั้งคู่ได้พักบนชั้นสาม คอเรคตา คิง เขียนไว้ในสมุดเยือน เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2502 ว่า "การได้อยู่ที่ มณีภวันสองสามวันนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้อยู่กับคานธี ขอบคุณที่จัดให้ฉัน ได้รับประสบการณ์ที่สูงค่า และให้ แรงบันดาลใจ ยิ่งนี้" n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท