posttoday
ASIAN ฟื้นตามการส่งออก

ASIAN ฟื้นตามการส่งออก

23 พฤศจิกายน 2560

แนวโน้มธุรกิจของบริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) ที่ทำกำไรเติบโตสูงสุดในกลุ่มช่วงไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปีนี้ มุมมองของผู้บริหารบริษัทเชื่อว่าจะดีขึ้นต่อเนื่องตามการส่งออกไปจีนที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ แม้ว่ารายได้รวมปีนี้จะชะลอเล็กน้อย ปีหน้าตั้งเป้ารายได้โต 12-13%

แนวโน้มธุรกิจของบริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) ที่ทำกำไรเติบโตสูงสุดในกลุ่มช่วงไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปีนี้ มุมมองของผู้บริหารบริษัทเชื่อว่าจะดีขึ้นต่อเนื่องตามการส่งออกไปจีนที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ แม้ว่ารายได้รวมปีนี้จะชะลอเล็กน้อย ปีหน้าตั้งเป้ารายได้โต 12-13%

เฮ็นริคคัส แวน เวสเทิร์นดรอป ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานบริหารสายการเงิน บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4 ปีนี้น่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 3 แม้ว่ารายได้รวมทั้งปีที่ตั้งเป้าไว้ 1.05 หมื่นล้านบาท อาจทำได้ที่ 1 หมื่นล้านบาท ชะลอลงเล็กน้อย จากยอดขายปลาหมึกแช่แข็งลดลง

ทั้งนี้ เมื่อผนวกกับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าแต่ไม่มาก เนื่องจากมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เนื่องจากสินค้าส่งออกส่วนใหญ่รับเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ 60-70% เมื่อแลกกลับมาเป็นรายได้เงินบาทแล้วอัตรากำไรขั้นต้นลดลงไปบ้าง แต่การทำป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (เฮดจิ้ง) ทำให้มีกำไรค่าเงินกลับมาด้วยเล็กน้อย ทำให้เงินบาทแข็งค่ากระทบต่อยอดขายโดยรวม 4%

"รายได้รวมปีนี้ที่ลดลงเล็กน้อย เป็นผลจากปลาหมึกที่ยอดขายชะลอ ซึ่งไตรมาสแรกและไตรามส 2 ปีนี้ยังโตได้ดีจากฐานการบริโภคที่แข็งแกร่ง แต่มาไตรมาส 3 ยอดขายกลับหายไป ทั้งที่ปกติยอดจะใกล้เคียงกับยอดขายกุ้ง คาดว่าอาจเป็นผลจากปริมาณการผลิตปลาหมึกในตลาดโลกสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ยอดขายจากการส่งออกที่คาดว่าจะทำได้ดีมีกำไรลดลงบ้าง" เฮ็นริคคัส กล่าว

สำหรับกุ้งส่งออกแม้จะมีคู่แข่งมากขึ้นจากการที่มีผู้ประกอบการจากอินเดียเข้ามาแข่งขันมากขึ้นแต่ไม่ได้แย่นัก สิ่งที่คาดการณ์ไว้ คือ การผลิตกุ้งที่มากขึ้นและตลาดจีนที่ว่าจะเป็นผู้นำเข้ากุ้งที่สำคัญของโลก โดยจีนนำเข้ากุ้ง ไม่ผ่านกระบวนการแช่แข็งหรือผ่านกระบวนการที่น้อยมาก ทำให้บริษัทได้รับผลดีหรือผลกำไรจากส่วนนี้น้อย ปีหน้าบริษัทต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ให้ตรงกับความต้องการของตลาดและพฤติกรรมของผู้โภคจีนให้มากขึ้น

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น ตามความต้องการซื้อสินค้าในตลาดที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกกุ้งไปจีน ที่มีกำลังซื้อสูง แม้จะมีแรงกดดันด้านราคาจากการเข้ามาแข่งขันของอินเดียและอินโดนีเซียในตลาดจีน เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ตลาดบนที่เติบโตดี โดยไตรมาส 3 ปีนี้ สัดส่วนผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์อยู่ที่ 30% ยังโตได้อีกเช่นเดียวกับธุรกิจด้านอื่น

เฮ็นริคคัส กล่าวว่า ผลดีจากเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกฟื้นดีขึ้น มองว่าสัดส่วนการขายในประเทศน้อย 20% ของกลุ่ม อยู่ในกลุ่มอาหารกุ้งและอาหารปลาทำให้ผลดีสะท้อนภาพไม่มากนัก ส่วนเศรษฐกิจโลกถ้าฟื้นดีก็คงส่งผลดีในส่วนที่ส่งออก แต่บริษัทมองว่าเศรษฐกิจโลกโตได้มากต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยโตต่อเนื่องนานขนาดนี้ แม้ว่าจะมีการย่อ มีฟองสบู่ และมีปรากฏการณ์ต่างๆ

ดังนั้น จึงไม่คาดหวังผลดีจากเศรษฐกิจนัก แต่จะให้ความสำคัญในแผนรับมือเมื่อมีเหตุการณ์ฟองสบู่หรือเศรษฐกิจหดตัวมากกว่า ข้อดีของการอยู่ในธุรกิจนี้ คือ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรคนยังมีการบริโภค ต้องซื้ออาหารให้สัตว์เลี้ยงอยู่ ทำให้การขยายตัวมีฐานที่มั่นคงในการโต

"ตามแผนธุรกิจที่ตั้งเป้าไว้ถึงปี 2563 ต้องโตระดับ 10-15% ต่อปี โดยแนวโน้มภาพรวมปีหน้ามองว่าจะโตอยู่ที่ 12-13% ขึ้นกับกลุ่มธุรกิจ อย่างอาหารสัตว์มองว่าน่าจะโตได้อีก เช่นเดียวกับกุ้งแช่แข็ง แต่ปลาหมึกยังมองไม่เห็นการโตมากนัก ส่วนกลุ่มอาหารก็ไม่น่าโตนัก เนื่องจากปีนี้โตไปมากแล้ว" เฮ็นริคคัส กล่าว

ทั้งนี้ ไตรมาส 3/2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,020% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท และมีรายได้ 2,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนเพียง 1% มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 260 ล้านบาท คิดเป็น 11% ของรายได้ เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 7.6%

ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ ปริมาณการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็งและปลาทูน่าลดลง รายได้การขายเพิ่มขึ้น 1% แม้ว่าจะได้รับผลกระทบในทางลบ 4% จากอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ ราคาต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์กลุ่มปลาทูน่าและปลาหมึกสูงขึ้น ขณะที่การผสมผสานของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์น้ำดีขึ้น

ยอดขายกลุ่มอาหารแช่เยือกแข็งไตรมาส 3 ลดลง 31% ยอดขายส่งออกปลาหมึกลดลงจากการที่จับปลาหมึกคุณภาพต่ำจากแถบซีกโลกใต้ได้ผลดีเกินคาด ทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อแทนการซื้อปลาหมึกจากประเทศไทยที่ราคาสูงกว่า คาดว่าสถานการณ์นี้จะยังคงต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ปีนี้ และตลาดน่าจะกลับสูงภาวะสมดุลขึ้นในต้นปีหน้า

ยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มกุ้งลดต่ำลงเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัญหาคุณภาพในกุ้งกุลาดำที่มีและการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะกุ้งจากอินเดีย คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้

กลุ่มธุรกิจปลาทูน่า ความต้องการลดลงมากจากการที่ราคาวัตถุดิบพุ่งสูงถึง 40% ทำให้รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ทูน่าลดลง 13% และผลิตน้อยลง ราคาวัตถุดิบลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 4 ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวมากขึ้น แต่บริษัทยังผลิตด้วยความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากกว่าปริมาณการผลิต

กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและปลาป่น ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 67% มาอยู่ที่ 735 ล้านบาทจากสัญญาที่มี ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 34% ส่วนใหญ่มาจากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ราคาสูงขึ้นที่ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ไลน์การผลิต ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงบรรจุถ้วยพลาสติกไลน์ใหม่ทดสอบแล้วเดือน ก.ย.และน่าพอใจ คาดว่าปริมาณขายจะยังอยู่ระดับเดียวกันในไตรมาส 4

กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ ยอดขายเพิ่มขึ้น 36% จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายอาหารกุ้งมากกว่าการเติบโตของการตลาด ส่วนแบ่งการตลาดดีขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว เชื่อว่าจะเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณผลผลิตจากฟาร์มเลี้ยง และกลุ่มธุรกิจจัดจำหน่าย ยอดขายคงที่ โดยมีสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตรากำไรของกลุ่มนี้น่าพอใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท