
ส่งออกขยายตัวสูงสุด... ท่ามกลางเงินบาทแข็งค่ามากที่สุด
ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยตั้งใจจะเปลี่ยนไปเขียนเรื่องอื่นบ้าง เพราะเขียนเรื่องเศรษฐกิจต่อเนื่องมาหลายครั้ง ซึ่งเวียนซ้ำซากว่าเศรษฐกิจโต มีแต่เจ้าสัวได้อานิสงส์ ขณะที่ชาวบ้านหนี้บานเบอะ ยังจนเหมือนเดิม แต่กระแสเกี่ยวกับเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี ดูเหมือนว่าเป็นที่สนใจ คงเกี่ยวข้องและอยากรู้เกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้องของประชาชนว่าปีหน้าจะเป็นอย่างไร
ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย
ตั้งใจจะเปลี่ยนไปเขียนเรื่องอื่นบ้าง เพราะเขียนเรื่องเศรษฐกิจต่อเนื่องมาหลายครั้ง ซึ่งเวียนซ้ำซากว่าเศรษฐกิจโต มีแต่เจ้าสัวได้อานิสงส์ ขณะที่ชาวบ้านหนี้บานเบอะ ยังจนเหมือนเดิม แต่กระแสเกี่ยวกับเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี ดูเหมือนว่าเป็นที่สนใจ คงเกี่ยวข้องและอยากรู้เกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้องของประชาชนว่าปีหน้าจะเป็นอย่างไร
มีคำถามมากมายว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจริงไหม หากดูตามตัวเลขของสภาพัฒน์ จีดีพีซึ่งเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจมีการขยายตัวได้เกินคาด เห็นได้จากปี 2557 ขยายตัวได้ร้อยละ 0.8 ปีนี้น่าจะขยายได้ร้อยละ 3.9 ช่วง 4 ปีขยายตัวรวมกันร้อยละ 9.7 คิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นถึง 1.274 ล้านล้านบาท เป็นตัวเลขที่เห็นชัดเจน
ตรงนี้ต้องให้เครดิตรัฐบาล คสช. ถึงแม้นจะว่า "เฮง" หรือมีตัวช่วยจากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแต่เพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่ เพราะการเข้ามาของทหารทำให้การเมืองนิ่ง แต่จะนิ่งจริงหรือยังมีคลื่นใต้น้ำเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่แน่ๆ ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อเนื่อง การลงทุนของรัฐบาลปีที่แล้วขยายตัวเกือบร้อยละ 10 ปีนี้น่าจะได้ร้อยละ 8 และปีหน้าเห็นว่ารัฐบาลจะลงทุนมากกว่าด้วยซ้ำไป
สัญญาณซึ่งแสดงว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวมาจากภาคการส่งออกช่วงเดือน ม.ค.-ต.ค. สูงถึงร้อยละ 9.65 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ "อะเมซิ่ง" เกินความคาดหมาย เช่น สินค้าเกษตรขยายตัวเกือบร้อยละ 19 ที่ผ่านมาส่งออกติดลบถึง 4 ปีมาโดยตลอด ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวได้ร้อยละ 8.93 หากเจาะลึกลงไปรายอุตสาหกรรมพบว่าส่วนใหญ่ส่งออกเป็นบวก ที่น่าสนใจมูลค่าส่งออกยางพาราซึ่งเป็นวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปขยายตัวสูงร้อยละ 43.5 แต่ทำไมราคายางดิบของพี่น้องเกษตรกรทั้งน้ำยางสดและยางแผ่นดิบ ราคาจึงตกกราวรูด ผู้ที่เกี่ยวข้องคงต้องไปดูรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร
ส่วนอุตสาหกรรมส่งออกที่ยังทรงกับทรุด เช่น อัญมณี เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เครื่องนุ่งห่ม ผลไม้กระป๋อง อุตสาหกรรมการเกษตร สินค้าเหล่านี้ทั้งที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแต่การส่งออกยังไม่ฟื้น บางอุตสาหกรรมถดถอยต่อเนื่องเข้าปีที่ 5 แสดงถึงต้นทุนและหรือขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยสู้ไม่ได้ อุตสาหกรรมเหล่านี้ใช้แรงงานจำนวนมากคงต้องไปเร่งแก้ปัญหาให้ตรงจุด
ที่ผ่านมา องค์กรที่เกี่ยวข้องกับส่งออกและนักวิชาการต่างออกมากดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลค่าเงินบาทเพราะแข็งค่าสูงอาจกระทบกับการส่งออก ตั้งแต่ช่วงต้นปีจนปัจจุบัน แข็งค่าสูงถึงร้อยละ 9.8 แต่เอาเข้าจริงๆ ตัวเลขส่งออกกลับขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี เล่นเอาหน้าแหกไปตามๆ กัน เพราะการแข็งค่าของเงินบาทเกิดจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อน ทำให้ประเทศต่างๆ อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ต่างแข็งค่าไปด้วย
เห็นได้จากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ริงกิตของมาเลเซียตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีนี้แข็งค่าร้อยละ 8.2 เงินด่องของเวียดนามแข็งค่าร้อยละ 6.7 ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าร้อยละ 6 เงินหยวนของจีนแข็งค่าเกือบร้อยละ 5.0 เงินบาทของไทยแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาค แต่เมื่อเทียบกับมาเลเซียใกล้เคียงกัน ขณะที่เวียดนามไทยเสียเปรียบค่าเงินแข็งกว่าประมาณร้อยละ 3 แต่ก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไรมากนัก เพราะสินค้า "Made in Thailand" มีอัตลักษณ์ด้านภาพลักษณ์และคุณภาพที่ดีกว่า
ถึงแม้นว่าเงินบาทไทยไม่ได้เป็นปัจจัยทำให้การส่งออกลดลงแต่กลับสูงสุดในรอบหลายปี ที่เกรงว่าบาทแข็งจะมีผลต่อการส่งออกคงไม่ใช่เพราะช่วงที่ผ่านมา (ปี 2558-2559) ค่าเงินบาทอ่อนกว่าปีนี้มากแต่การส่งออกกลับติดลบ แต่ต้องยอมรับว่าผลกระทบต่อผู้ประกอบการเกี่ยวข้องกับเมื่อเอาดอลลาร์มาแลกกับเงินบาทจะหายไปมาก ช่วงนี้เทียบกับปีที่แล้วทุกๆ 1 ดอลลาร์ เงินหายไป 2.25 บาท แต่หากเอาอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยปีต่อปีเงินหายไปร้อยละ 2.1
คำถามที่มักจะได้ฟังบ่อยๆ คือ ส่งออกดีแต่ทำไมชาวบ้านกลับไม่ได้อานิสงส์ ตอบแบบไม่ใช่นักวิชาการเนื่องจากส่งออกเป็นกลุ่มที่อยู่ขอบนอก กระทบก่อนใครและฟื้นตัวก่อนใคร เมื่อส่งออกกลับมาฟื้นตัวจะเป็นหัวจักรขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่อยู่ในโซ่อุปทาน เช่น โรงงานทำกล่อง ทำฉลาก ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงวัตถุดิบจากภาคเกษตรและยังเกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของภาคการนำเข้า ซึ่งปีนี้ขยายตัวถึงร้อยละ 11.5 จากที่ถดถอยมาหลายปี
อีกทั้งการส่งออกจะทำให้เกิดการจ้างงานและจะทำให้เกิดการลงทุน แต่การลงทุนจริงอาจต้องใช้เวลาเพราะกำลังเครื่องจักรยังเหลือค่อนข้างมาก ระยะการฟื้นตัวของแต่ละธุรกิจจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจนั้นอยู่ใกล้หรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมส่งออกมากน้อยเพียงใด ในภาคประชาชนเกี่ยวข้องกับการบริโภคอาจเห็นการ ฟื้นตัวที่ช้าออกไปอีก เพราะปัจจุบันการบริโภคในประเทศของไทยมีขนาดใหญ่กว่าอดีต มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับการส่งออกที่สัดส่วนลดลงจากมูลค่าของเศรษฐกิจที่มากกว่าเดิม
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ เข้ามาเสริม โดยเฉพาะการแก้ปัญหากับดักหนี้ ครัวเรือนของไทยที่ยังคงสูง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและเม็ดเงินจากการ กระตุ้นเศรษฐกิจลงไปถึงเศรษฐกิจฐานรากไม่มาก เอาว่าแนวโน้มเศรษฐกิจดีแน่และส่งออกฟื้นตัวจะช่วยดึงให้ธุรกิจต่างๆ การบริโภค และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ฟื้นตัวตาม แต่จะช้าหรือเร็วต่างกัน อดทนได้ถึงป่านนี้กัดฟันสู้ๆ...รออีกหน่อยนะครับ n







