posttoday
รัฐบาลปรับทัพ ลุยเศรษฐกิจฐานราก

รัฐบาลปรับทัพ ลุยเศรษฐกิจฐานราก

23 พฤศจิกายน 2560

รัฐบาลนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผยโฉมคณะรัฐมนตรีใหม่ "ครม.ประยุทธ์ 5" ซึ่งในส่วนของกระทรวงเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงหลายกระทรวง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งเป็นการวางรากฐานสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

รัฐบาลนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผยโฉมคณะรัฐมนตรีใหม่ "ครม.ประยุทธ์ 5" ซึ่งในส่วนของกระทรวงเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงหลายกระทรวง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งเป็นการวางรากฐานสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เริ่มที่กระทรวงพาณิชย์ ที่ขยับ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จาก รมช. เป็น รมว.พาณิชย์ แทนที่ อภิรดี ตันตราภรณ์ ที่พ้นจากตำแหน่ง เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจรากหญ้าโดยตรง หลังจากการส่งออก ซึ่งเป็นพระเอกหลักของปีนี้ คาดว่าจะเติบโตติดลมบนได้ 9-10% แต่พระเอกไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจรากหญ้าดีขึ้น เอสเอ็มอียังได้รับผลกระทบ จากปัญหาสภาพคล่อง กลุ่มที่เติบโตเป็นเพียงกลุ่มเดียว ทำให้กำลังซื้อในประเทศไม่ฟื้นตัว สนธิรัตน์จึงต้องรับหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ที่มีทั้งเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชนในท้องถิ่น จากที่เคยเป็นประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีแห่งประเทศไทยมาก่อน สนธิรัตน์จึงมีฐานพอสมควรที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนต่อไปได้

ขณะที่การส่งออก ในปี 2561 คาดว่าจะยังสามารถเติบโตต่อไปได้ ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว โดยมี ชุติมา บุณยประภัศร โยกจาก รมช.เกษตรฯ มาเป็น รมช.พาณิชย์ เพื่อช่วยดูแลงานของกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ สนธิรัตน์ เพื่อผลักดันในส่วนโครงการและตลาดเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในภาคการเกษตรให้สอดรับตามนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ตลาดกลางสินค้าเกษตร และตลาดอีก 10 รูปแบบของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น

สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ มาเป็น รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แทน กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ภายใต้โจทย์เดียวกัน คือการขับเคลื่อนท่องเที่ยวชุมชน โดยมีภารกิจตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ การให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลนักท่องเที่ยวและดูแลด้านความปลอดภัย รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาสินค้าและบริการบนพื้นฐานของมรดกและวัฒนธรรมท้องถิ่น หนึ่งในสาระสำคัญของแผนดังกล่าว คือ การกระจาย การพัฒนาการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ใหม่โดยให้ประชาชนในพื้นที่และท้องถิ่นมีส่วนร่วม เพื่อทำให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นหมุนเวียน กระจายรายได้เข้าถึงคนหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมางานในส่วนนี้ไม่เห็นเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร

ขณะที่ในฝั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี กฤษฎา บุญราช มาเป็น รมว. และส่ง ลักษณ์ วจนานวัช อดีตผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาเป็น รมช. อดีตนายธนาคารที่เป็นความหวังว่าจะเข้ามาช่วยแก้หนี้ให้เกษตรกร ซึ่งปัญหาหลักของกำลังซื้อในท้องถิ่นที่ฝืดเคืองมาจากภาระหนี้สินครัวเรือนของเกษตรกรที่ยังมีสัดส่วนที่สูง รวมทั้งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตร เพื่อทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น

เสริมทัพด้วย วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อาจารย์ยักษ์ รมช.เกษตรฯ อีกคนหนึ่ง ที่แน่นอนว่าจะเข้ามาขับเคลื่อนเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 สร้างและพัฒนาเกษตรกรรายเล็กให้สามารถเติบโตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะทำให้เกษตรฐานรากเข้มแข็งและสามารถเติบโตยั่งยืน เศรษฐกิจใน ท้องถิ่นก็จะสามารถเติบโตอย่างแข็งแรงเช่นเดียวกัน

นอกจากภารกิจกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากที่ รมว.หน้าใหม่เหล่านี้จะมาขับเคลื่อนให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว ในส่วนงานที่จะต้องขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งเจ้าของทฤษฎีอย่าง สุวิทย์ เมษินทรีย์ มานั่งเป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อผลักดันนโยบายให้เป็นรูปธรรม ผสานกับ รมว.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ที่ปลุกปั้นเศรษฐกิจดิจิทัล ที่เคยริเริ่มโครงการต่างๆ ตั้งแต่สมัยเป็น รมว. วิทยาศาสตร์ฯ และเป็นอีกความหวังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ซึ่งหายไปในช่วง รมว. อรรชกา สีบุญเรือง ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือของสุวิทย์ ในการแปรทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และนำพาประเทศไทยไปสู่ยุค 4.0 ได้หรือไม่

ฝั่งกระทรวงพลังงาน มี "ศิริ จิระพงษ์พันธ์" นั่ง รมว.พลังงาน ถือเป็นม้ามืดที่อยู่นอกโผ แต่ถ้ามองจากประสบการณ์ทุกคนในวงการพลังงานรู้จักเป็นอย่างดี และเป็นรัฐมนตรีคนแรกของกระทรวงที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญตรงกับสายงานมากที่สุด ถ้านับจาก รมว.พลังงานในยุค คสช. คนแรกคือ ณรงค์ชัย อัครเศรณี ถัดมาคือ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์

การเข้ามารับตำแหน่งของศิริ ถูกเลือกสายตรงจาก พล.อ.ประยุทธ์ มีภารกิจสำคัญคือเข้ารับไม้ต่อการเปิดประมูลปิโตรเลียม 2 แหล่งที่จะหมดอายุ และการเปิดรอบใหม่ในช่วงปี 2561 เนื่องจากศิริเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องระบบปิโตรเลียมและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นอย่างดี ตำแหน่งสุดท้ายที่ทำงานคือผู้อำนวยสถาบันปิโตรเลียม ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจาก ปตท.

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตว่าบุคลากรจากกลุ่ม ปตท.ได้เข้ามารับตำแหน่ง ครม.ประยุทธ์ 5 ถึง 2 คน นอกจาก ศิริ มี ไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตซีอีโอ ปตท. อาจเป็นจุดเสี่ยงของรัฐบาลที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่เอาคนกลุ่มทุนมาทำงานการเมืองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้

แต่กรณีของ ศิริ นั้น เชื่อว่าจะสามารถลบข้อครหาได้ ด้วยบุคลิกและประสบการณ์ที่เป็นนักวิชาการ มีความโปร่งใส ไม่เคยมีปัญหาเรื่องทุจริตใดๆ ประกอบกับเคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านพลังงาน และเป็นหนึ่งในกล่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน หรือ ERS ที่มี ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อยู่ด้วย ดังนั้นเชื่อว่าสามารถชี้แจงในเรื่องพลังงานได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะบรรดากลุ่มเอ็นจีโอที่ยังมีการต่อต้านด้านพลังงานหลายๆ เรื่อง ทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียม

ปิดท้ายที่กระทรวงคมนาคม การเข้ามาของ ไพรินทร์ อดีตซีอีโอ ปตท. เพื่อขับเคลื่อนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ให้เดินหน้าด้วยมุมมองของภาคเอกชน รวมทั้งทำงานประสานกับอดีตผู้บริหาร ปตท. อย่าง ณัฐชาติ จารุจินดา ที่นั่งเป็นประธานบอร์ดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และ สุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ต้องเร่งเดินหน้าปฏิรูปและเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับรัฐต่อไป

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูว่าจะสามารถเข็นเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมออกมาได้มากน้อยเพียงใด เมื่อเจ้ากระทรวงยังคงเป็นคนเดิม ที่ชื่อ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ n

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ