posttoday
เล็กหรือใหญ่ ต้องใส่ใจความยั่งยืน

เล็กหรือใหญ่ ต้องใส่ใจความยั่งยืน

23 พฤศจิกายน 2560

พิษณุ พรหมจรรยา ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)เรื่องของ Sustainability หรือความยั่งยืน เป็นกระแสโลกที่กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในโลกธุรกิจ เป็นประเด็นสำคัญที่ธุรกิจทุกวันนี้จะมองข้ามไม่ได้ ไม่เพียงแต่ธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ธุรกิจทุกขนาดจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนของกิจการด้วยเช่นกัน

พิษณุ พรหมจรรยา ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

เรื่องของ Sustainability หรือความยั่งยืน เป็นกระแสโลกที่กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในโลกธุรกิจ เป็นประเด็นสำคัญที่ธุรกิจทุกวันนี้จะมองข้ามไม่ได้ ไม่เพียงแต่ธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ธุรกิจทุกขนาดจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนของกิจการด้วยเช่นกัน

ความยั่งยืนที่พูดถึงนี้ไม่ได้เป็นแค่ Jargon เก๋ๆ ไว้พูดในการประชุมผู้บริหารหรือในงานสัมมนา แต่เป็นเรื่องของการกำหนดทิศทางและอนาคตของกิจการ ซึ่งการนำมิติเรื่องความยั่งยืนมาประกอบการกำหนดเป้าหมาย และกลยุทธ์จะมีผลให้องค์กรสามารถเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและเหมาะสม เพราะในโลกปัจจุบันแนวคิดการทำธุรกิจแบบที่มุ่งแสวงหากำไรสูงสุดโดยไม่สนใจบริบท และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ล้าสมัยไปแล้ว และไม่สามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

จากการสำรวจความคิดเห็นประธานกรรมการบริษัทที่มาร่วมงาน Chairman Dinner ที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม 49 คน มี 82% ที่ระบุว่าคณะกรรมการของบริษัทได้นำประเด็นเรื่องความยั่งยืนมาพิจารณาในการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กรด้วย อีก 16% ระบุว่ามีแผนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาภายใน 1-2 ปีข้างหน้า และมีเพียง 2% เท่านั้นที่ยังไม่มีแผนดำเนินการใดๆ เลยเกี่ยวกับเรื่องความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาคธุรกิจเอกชนไทยมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนของธุรกิจ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้อย่าง ต่อเนื่องในระยะยาว

สำหรับประเด็นที่คณะกรรมการบริษัทจะใช้เวลาพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการมากขึ้นในปีหน้า ผู้ตอบแบบสอบถาม 77.6% ระบุว่าคือเรื่องกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ในขณะที่ 61.2% บอกว่าจะให้เวลามากขึ้นกับเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่วนอีก 55.1% บอกว่าจะคุยเรื่องการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ 22% ระบุว่าจะใช้เวลาหารือเรื่องการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพิ่มขึ้น และ 18.4% บอกว่าจะให้เวลากับการพิจารณาเรื่องแนวทางการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นมากขึ้น

นอกจากเรื่องที่ส่งผลโดยตรงกับผลประกอบการของบริษัทอย่างกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงแล้ว การที่คณะกรรมการของบริษัทส่วนใหญ่จะใช้เวลามากขึ้นในการพิจารณาเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในขณะที่อีกหลายบริษัทก็จะให้เวลามากขึ้นกับการพิจารณาเรื่องการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าธุรกิจชั้นนำของไทยส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับเรื่องของการสร้างการเติบโตระยะยาวมากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนระยะสั้น ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ มากขึ้น พร้อมที่จะพัฒนาองค์กรของตัวเองให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายธุรกิจสะอาดที่ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าบริษัทระดับแนวหน้าของไทยส่วนใหญ่จะตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนแล้ว แต่ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็กจำนวนมากยังไม่ได้ใส่ใจกับประเด็นความยั่งยืนมากนัก ซึ่งในเรื่องนี้ผู้บริหาร SME หลายคนยังมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว และขอทุ่มเทปั้นธุรกิจให้ "ยืน" ได้ก่อนแล้วค่อยมาว่ากันเรื่อง "ยั่งยืน" ทีหลัง

ในความเป็นจริง ถึงแม้เรื่องความยั่งยืนจะเป็นเรื่องระยะยาว แต่ว่าไม่ได้ส่งผลดีแค่ในระยะยาวเท่านั้น ยังสามารถส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะสั้นด้วย เพราะในปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่ต่างก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ และนำปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจกระบวนการทางธุรกิจมากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น SME ที่มีนโยบายและการดำเนินการที่ชัดเจนในเรื่องความยั่งยืนสอดคล้องกับแนวทางของบริษัทใหญ่ ก็มีโอกาสมากขึ้นที่บริษัทใหญ่จะเลือกเป็นคู่ค้า ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันไปพร้อมกันด้วย n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท