posttoday
พระคุณเจ้าอยู่ยากแล้วครับ

พระคุณเจ้าอยู่ยากแล้วครับ

26 พฤศจิกายน 2560

ผมติดตามข้อความที่มาในไลน์กลุ่ม คปพ.หรือคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา

โดย ส.คนจริง

ผมติดตามข้อความที่มาในไลน์กลุ่ม คปพ.หรือคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ก็ชื่นชมยินดีที่เห็นความพยายามของคณะกรรมการ นำโดย พระราชวรเมธี (ประสิทธิ์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) และพระราชวรมุนี (พล) รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มจร ที่ผลักดันยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาให้เป็นผล แบบที่มีมอตโต ว่า การปฏิรูปคือทางเลือก และทางรอด พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อเร็วๆ นี้ ขณะที่ คปพ.ขะมักเขม้นอยู่นั้น ทางตำรวจก็ทำงานเหมือนกัน อ่านในคำสั่งและวิธีคิดแล้ว เหมือนว่าช่วยพระพุทธศาสนาอีกแรงหนึ่ง เพราะตำรวจสั่งการให้ปฏิบัติและดำเนินการในครั้งนี้ คือ การกวาดล้างพฤติกรรมที่ไม่เหมาะไม่ควรของพระภิกษุสามเณร เหมือนก้าวเกินการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาจาก คปพ.ไปแล้ว

วิธีคิดของตำรวจใน จ.ปัตตานี กับ จ.อุบลราชธานี ที่ให้สำรวจวัดพุทธที่อยู่ในจังหวัดและให้บันทึกรายละเอียดและภาพถ่ายไปพร้อมกับรายงาน ผมจึงรำพึงกับเพื่อนๆ นักข่าวและพระเถระผู้ใหญ่บางรูป ว่าพระสงฆ์อยู่ยากขึ้นทุกวัน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ

ขอให้ดูหนังสือด่วนที่สุด ของ รอง ผบก.ฯ ปรท. ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.ต.อ.มาโนช อนันต์ฤทธิ์กุล ลงวันที่ 15 พ.ย. 2560 ถึง ผกก.สว.สภ.ในสังกัด ภ.จว.ปัตตานี มีความว่า เพื่อทราบและดำเนินการตามวิทยุ ภ.9 ด่วนที่สุด ที่ 0024.132/1872 ลงวันที่ 14 พ.ย. 2560 โดยให้ดำเนินการดังนี้ 1.สำรวจจำนวนวัดทั้งหมดในพื้นที่ รวมทั้งสำนักสงฆ์ สำนักปฏิบัติธรรม พร้อมสถานที่ตั้ง ตามแบบฟอร์มที่แนบ ส่งให้ ภ.จว.ปัตตานีทางอีเมล ภายในวันที่ 16 พ.ย. 2560 2.สืบสวนหาข่าวและเข้าตรวจสอบพระสงฆ์สามเณร หากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสม ให้แจ้งเจ้าอาวาส หรือผู้ปกครองดูแลพระสงฆ์สามเณรนั้นทราบ เพื่อให้ดำเนินการว่ากล่าวตักเตือน หรือสมควรให้สึกเป็นฆราวาส 3.เมื่อดำเนินการตามข้อ 2 แล้วยังไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ประสานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในพื้นที่เข้าตรวจสอบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 4.ให้รายงานแผนการปฏิบัติตามข้อ 2-3 พร้อมภาพถ่ายทุกครั้งที่มีการดำเนินการ ส่งให้ ภ.จว.ปัตตานีทางอีเมลส่วนแบบฟอร์มนั้น เป็นบัญชีประกอบด้วย ชื่อ สภ. ชื่อวัด/สำนักสงฆ์ สถานที่ตั้ง ชื่อเจ้าอาวาส/ผู้ปกครอง และลงชื่อ ตำแหน่ง (ผู้ตรวจ)

ในขณะที่ตำรวจที่ จ.อุบลราชธานี ก็มีบันทึกของ ภ.จว.อุบลราชธานี ลงวันที่ 22 พ.ย. 2560 เรื่อง รายงานผลการเข้าตรวจสอบพระสงฆ์และสามเณรที่อาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

หนังสือนั้นเรียน ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี เพื่อโปรดทราบ (รวมทั้ง) หน.สภ.ทุกแห่งในสังกัด ภ.จว.อุบลราชธานี 1.ได้รับวิทยุ ภ.3 ด่วนที่สุด ลงวันที่ 21 พ.ย. 2560 แจ้งว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโซเชียลต่างๆ โดยทั่วไป พบว่ามีพระสงฆ์สามเณรประพฤติปฏิบัติไม่เหมาะสมตามพระธรรมวินัย เช่น ดื่มเหล้า เสพยาเสพติด เล่นการพนัน เสพเมถุน ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อผู้พบเห็นหรือผู้ที่ได้รับข่าวสารเป็นอย่างยิ่ง 2.เพื่อการปกป้องสถาบันพระพุทธศาสนาและเพื่อให้ประชาชนเกิดความศรัทธาและนับถือกราบไหว้พระสงฆ์ได้อย่างบริสุทธิ์ใจ จึงให้ สภ.ทุกแห่งสืบสวนหาข่าวและเข้าตรวจสอบวัดและสำนักสงฆ์ในพื้นที่ๆ รับผิดชอบ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าพระสงฆ์หรือสามเณรจะมีพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ก็ตาม โดยให้ปรากฏข้อมูลดังนี้ 2.1 ให้ดำเนินการเดือนละ 5 วัด/สำนักสงฆ์ 2.2 รายงานภาพ พร้อมถ่ายขณะปฏิบัติหน้าที่พร้อมบรรยายใต้ภาพมาพอสังเขป โดยให้มีรายละเอียดดังนี้ วัน/เดือน/ปี/ ที่เข้าตรวจสอบ/ชื่อวัด สำนักสงฆ์/และชื่อเจ้าอาวาสวัดที่เข้าตรวจสอบ ยศ/ชื่อผู้เข้าทำการตรวจสอบ/ผลการตรวจสอบ โดยให้ระบุชื่อพระสงฆ์หรือสามเณรที่พบขณะที่ทำการตรวจสอบ และให้รายงานการตรวจสอบภายในวันที่ 23 พ.ย. 2560 (ก่อนเวลา 12.00 น.) ครั้งต่อไปให้รายงานผลการปฏิบัติทุกวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ลงชื่อ พ.ต.อ.สหรัฐ ประสงค์นิจกิจ รอง ผบก.ฯ ปรท.ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี

มิใช่แต่ฝ่ายตำรวจที่ตรวจสอบวัดและสำนักสงฆ์ในต่างจังหวัดเท่านั้น พระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ก็ไม่นิ่งดูดาย ส่งหนังสือ ลงวันที่ 17 พ.ย. 2560 ถึงเจ้าคณะเขตทุกเขตในกรุงเทพมหานคร เรื่องการใช้สื่อออนไลน์

ข้อความในหนังสือมีดังนี้

ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโซเชียลต่างๆ ว่ามีพระภิกษุสามเณรประพฤติปฏิบัติไม่เหมาะสมตามพระธรรมวินัยในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ไลน์ เฟซบุ๊ก เป็นต้น ในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อผู้ที่พบเห็น หรือผู้ที่ได้ข่าวสารเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันพระพุทธศาสนาและเพื่อให้ประชาชนเกิดความเคารพศรัทธาและนับถือกราบไหว้พระสงฆ์ได้อย่างบริสุทธิ์ใจ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร จึงขอให้เจ้าคณะเขตทุกเขตได้แจ้งให้เจ้าอาวาสทุกวัดในเขตปกครองได้ควบคุม ตักเตือน สอดส่อง ดูแล กวดขันพระภิกษุสามเณรให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ การไลฟ์สด การโพสต์ การส่งภาพในเฟซบุ๊กและไลน์ต่างๆ ให้อยู่ในสมณสารูป เป็นไปอย่างเหมาะสมถูกกาลเทศะ

เห็นไหมอยู่ยากแล้วพระคุณเจ้า แม้ว่าโลกจะเข้าสู่ยุคดิจิทัล 4.0 แล้วก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท