posttoday
ครม.ใหม่เร่งและกล้าทำ

ครม.ใหม่เร่งและกล้าทำ

26 พฤศจิกายน 2560

ภาพของคณะรัฐมนตรีใหม่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ภาพของคณะรัฐมนตรีใหม่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่เรียกกันว่า ครม.ตู่ 5 ซึ่งความชัดของการปรับครั้งนี้อยู่ทีมเศรษฐกิจที่มีความเป็นกลุ่มเดียวกันมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาที่กระทรวงเศรษฐกิจยังถูกแบ่งสัดส่วนมาจากหลากหลายกลุ่ม เพราะรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐากราก ปัญหาปากท้อง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ พร้อมทั้งจะเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เห็นออกมาเป็นรูปธรรมกว่า 3 ปี ที่บริหารประเทศมาซึ่งจะเหลืออีกประมาณปีสุดท้ายตามที่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า น่าจะมีการเลือกตั้งได้ประมาณปลายปี 2561

ดังนั้น ในช่วงเวลาบริหารบ้านเมืองของ ครม.ตู่ 5 จึงอยากให้ทำงานแบบวิ่งร้อยเมตรสปีดเต็มที่ และเน้นทำงานที่เป็นเรื่องใหญ่ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศเเป็นประโยชน์ระยะยาว มากกว่าการทำงานแบบงานประจำแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือทำโครงการที่เห็นผลใน 1-2 ปี แค่หวังผลทางการเมืองแจกจ่ายประชานิยมเหมือนหลายรัฐบาลที่ผ่านมา

เป็นที่ทราบกันว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ รัฐมนตรีที่นั่งกระทรวงเศรษฐกิจมาจากทีมเดียวกันมากขึ้น ตามพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการ เช่น 1.กระทรวงพาณิชย์เปลี่ยนเป็น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ 2.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปลี่ยนเป็น นายกฤษฎา บุญราช 3.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปลี่ยนเป็น นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ 4.กระทรวงพลังงานเปลี่ยนเป็น นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ 5.กระทรวงแรงงานเปลี่ยนเป็น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ซึ่งเดิมเป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ 6.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปลี่ยนเป็น นายสุวิทย์ เมษินทรีย์

นอกจากนี้ กระทรวงเศรษฐกิจยังมีการเสริมรัฐมนตรีช่วยหลายตำแหน่ง เช่น นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็น รมช.คมนาคม น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร เป็น รมช.พาณิชย์ จากเดิมเป็นรมช.เกษตรฯ ขณะที่ กระทรวงเกษตรฯ มีการเสริมรัฐมนตรีช่วยเข้าไปถึงสองตำแหน่งคือ นายลักษณ์ วจนานวัช และนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ส่วนนายสมชาย หาญหิรัญ เป็น รมช.อุตสาหกรรม

ภาพรวมดังกล่าวจึงคาดว่า น่าจะมีการแก้ปัญหาฐานรากกลุ่มเกษตรกรราคาผลผลิตพืชผลที่ตกต่ำ กลุ่มประมงปัญหาไอยูยู มีการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดใช้จ่ายภาครัฐเร็วขึ้น เร่งโครงการเพื่อดึงเอกชนมาลงทุนเศรษฐกิจใหม่ หรือนิวเอสเคิร์ฟอย่างโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี นอกเหนือจากการแก้ปัญหาปากท้องที่สำรวจความต้องการของประชาชนทุกครั้งก็จะติดโผเป็นปัญหาในอันดับต้นๆ ที่อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ ครม.ชุดใหม่นี้มีเวลาบริหารประเทศเพียงกว่าปีและเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจพิเศษ จึงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่จะเป็นการวางรากฐานของประเทศในระระยาว เช่น การศึกษาที่ควรจะมีการเตรียมประชากรให้มีคุณภาพ มีทักษะที่พร้อมรับกับโลกในยุคอนาคต

ความเป็นธรรมในสังคมปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีการบังคับใช้กฎหมายโปร่งใสเป็นธรรมทันเวลาไม่เลือกปฏิบัติ สามารถปราบปรามการทำทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงได้อย่างจริงจังไม่ให้คอร์รัปชั่นเป็นมะเร็งร้ายกับเศรษฐกิจและสังคมไทยได้ต่อไป

การลดความเหลื่อมล้ำด้วยมาตรการภาษีให้มีการกระจายทรัพยากรเป็นทุนให้กับคนหมู่มากไม่ใช่คนเพียง 20% ถือครองทรัพยากร อาทิ ที่ดิน สัมปทาน 80% ของประเทศ โดยปล่อยให้คนอีก 80% ไปแย่งชิงทรัพยากรที่เหลือแค่ 20% เกิดปะทะกันเป็นปัญหาเหมือนปัจจุบัน เช่น ภาษีที่ดิน

เมื่อรัฐบาลชุดนี้มีเวลาน้อยแค่ปีกว่า จึงควรเน้นทำเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งคงไม่ทำเพราะผลประโยชน์ทับซ้อนจากกลุ่มทุนที่หนุนแต่ละพรรคการเมือง เป็นการพลิกจุดอ่อนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทำในสิ่งที่รัฐบาลเลือกตั้งไม่กล้าทำ สร้างประโยชน์ให้ส่วนรวมได้ระยะยาว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ