
“กัลฟ์”เดินหน้า 7โรงไฟฟ้าเอสพีพี
“กัลฟ์”เดินหน้า 7โรงไฟฟ้าเอสพีพี กำลังการผลิต 790 เมกะวัตต์ ลงทุนกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท เริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2555
“กัลฟ์”เดินหน้า 7โรงไฟฟ้าเอสพีพี กำลังการผลิต 790 เมกะวัตต์ ลงทุนกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท เริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2555
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทกัลฟ์ เจพี เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามในสัญญากู้เงินจากสถาบันการเงิน และสัญญาก่อสร้างโรงไฟฟ้า ในโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (เอสพีพี) ของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ จำนวน 7 แห่ง ว่า โรงไฟฟ้าเอสพีพี ใช้วงเงินในการลงทุนรวม 3.2 หมื่นล้านบาท มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 790 เมกะวัต์ จะเริ่มก่อสร้างภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า และเริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตั้งแต่ปี 255 เป็นต้นไป
ทั้งนี้เอสพีพีทั้ง 7 แห่ง เลือกใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เพราะเป็นพลังงานสะอาด โดยเลือกเทคโนโลยีระบบโคเจนเนอเรชั่น ผลิตทั้งไฟฟ้าและไอน้ำ ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
สำหรับโรงไฟฟ้าทั้ง 7แห่ง ประกอบไปด้วย 1. โรงไฟฟ้าสระบุรี เอ โคเจนเนอเรชั่น 2. โรงไฟฟ้าสระบุรี บี โคเจนเนอเรชั่น 3. โรงไฟฟ้าคอมไบน์ ฮีท แอนด์ เพาเวอร์ 4. โรงไฟฟ้าอินดัสเทรียล โคเจน 5. โรงไฟฟ้าปทุม โคเจนเนอเรชั่น 6. โรงไฟฟ้าอาร์ไอแอล โคเจนเนอเรชั่น และ7. โรงไฟฟ้าฉะเชิงเทรา โคเจนเนอเรชั่น แต่ละโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิต 110-120 เมกะวัตต์
ด้านสัญญาเงินกู้ของโครงการ 3.2 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลา 20 ปี แบ่งเป็นเงินบาท 70% เงินเหรียญสหรัฐ 30 % จากสถาบันการเงิน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และธนาคารทิสโก้
สำหรับความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (ไอพีพี) ของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานสยาม ของบริษัทสยามเอ็นเนอร์เยี่ กำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ ต้องชะลอการก่อสร้างออกไปก่อนจากเดิมต้องเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนมี.ค. 2553 เนื่องจากเจอปัญหากับชุมชนรอบพื้นที่ในอ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้ต้องย้ายพื้นที่ใหม่มาอยู่ที่ จ.อยุธยา โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณปี 2555
อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางกลุ่มกัลฟ์ ได้ยื่นโครงการเพื่อเสนอขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอสพีพีเข้าระบบอีก 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งยอมรับว่ามีเอสพีพีหลายแห่งที่เสนอยื่นโครงการ คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะเป็นผู้พิจารณา เนื่องจากมีเป้าหมายในการรับซื้อจากเอสพีพีเพียง 2,000 เมกะวัตต์ เท่านั้น
ปัจจุบันในกลุ่มบริษัทกัลฟ์ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 6,000 กว่า เมกะวัตต์ ถือเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่อยู่ในระดับต้นๆ และยังมีเป้าหมายที่จะลงทุนในธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินงานควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนโดยส่งเสริมให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าอยู่ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ที่ตั้งโรงไฟฟ้าและพื้นที่ใกล้เคียงได้







