
ลดสต๊อกแก้บาทแข็ง
ผู้ประกอบการเตรียมลดสต๊อกสินค้าแก้ปัญหาบาทแข็งค่า ส่วนยอดการค้า 10 เดือน ยังพุ่ง 7.12% มูลค่า 8.94 แสนล้าน
ผู้ประกอบการเตรียมลดสต๊อกสินค้าแก้ปัญหาบาทแข็งค่า ส่วนยอดการค้า 10 เดือน ยังพุ่ง 7.12% มูลค่า 8.94 แสนล้าน
นายวิโรจน์ จิรัฐติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการชายแดนไทยได้ปรับแผนธุรกิจด้วยการลดสต๊อกสินค้าอุปโภคและบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเงินบาท หลังจากที่ผ่านมายอดขายสินค้าอุปโภคและบริโภคไม่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้น 7-8% จากต้นปี ซึ่งมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ จนทำให้สินค้าของไทยมีราคาสูงขึ้นในตลาดเพื่อนบ้าน จนบางรายหันไปเพิ่มปริมาณสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาทดแทน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ประกอบการไทยจะประสบปัญหาเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แต่การค้าชายแดนก็ยังคึกคัก เพราะผู้บริโภคประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา ยังชื่นชอบสินค้าอุปโภคจากไทย เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ประกอบกับผู้ประกอบการได้พัฒนาศักยภาพในการทำตลาดที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
“ตอนนี้ค้าชายแดนยังสดใส แต่เรื่องของเงินบาททำให้เป็นอุปสรรคต่อพ่อค้า ซึ่งวิธีแก้ก็คือการลดสต๊อกสินค้าให้น้อยลง เพื่อลดความเสี่ยงหากค่าบาทแข็งมากกว่าเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องดูแล แต่หากค่าเงินบาทไม่ผันผวนมากนักมั่นใจว่าค้าชายแดนก็เติบโตได้มากกว่านี้ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคประเทศเพื่อนบ้านมีกำลังซื้อ” นายวิโรจน์ กล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในเดือน ต.ค. 2560 ยอดการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (ไม่รวมการค้าผ่านแดน) มีมูลค่า 9.36 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.91% เมื่อรวม 10 เดือน ยอดการค้าชายแดนไทยมีมูลค่า 8.94 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.12% เป็นส่งออก 5.40 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.79% นำเข้า 5.53 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.65%







