posttoday
‘บุญทักษ์’ ส่งไม้ต่อ ‘ปิติ’ นำพาทีเอ็มบี สู่ยุคดิจิทัล

‘บุญทักษ์’ ส่งไม้ต่อ ‘ปิติ’ นำพาทีเอ็มบี สู่ยุคดิจิทัล

25 พฤศจิกายน 2560

การประกาศยุติบทบาทของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ธนาคารทหารไทย ของ บุญทักษ์ หวังเจริญ

โดย ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

การประกาศยุติบทบาทของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ธนาคารทหารไทย ของ บุญทักษ์ หวังเจริญ อาจไม่ได้เหนือความคาดหมายมาก แต่ก็เร็วกว่าที่คิดไว้ เพราะเป็นการออกก่อนครบวาระการต่ออายุ 2 ปี

บุญทักษ์ เปิดใจในงานแถลงข่าวแผน 5 ปีของธนาคาร ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดย ปิติ ตัณฑเกษม ผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นซีอีโอคนใหม่ในวันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ว่า 10 ปีที่เข้ามา แผนงานหลายด้านประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการจะเห็น โดยเฉพาะการเปลี่ยนธนาคารขนาดกลางที่เคยขาดทุนเป็นแสนล้าน พลิกกลับมาเป็นกำไร และสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้

หลังจากนี้ ในฐานะที่เป็นคนนอกแล้ว จะเฝ้ามองความสำเร็จในอนาคตของธนาคารต่อไป เพราะซีอีโอ ที่ดีแม้จะไม่อยู่แล้ว ก็ต้องวางรากฐานทำให้องค์กรเติบโตและมีชีวิตต่อไป จึงเป็นที่มาของการวางรากฐานก่อนไปไว้ 3 ด้าน คือ การดึงคนเก่งมาทำงาน การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้คนเก่งใช้ศักยภาพตัวเองได้เต็มที่ และการสร้างผู้นำคนใหม่ที่สามารถสืบองค์กรให้มีชีวิตต่อเนื่อง

“ส่วนตัวหลังจากวางมือแล้ว ก็คงจะพักผ่อน มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ไปตีกอล์ฟได้มากขึ้น และไม่ได้ทำงานเป็นรัฐมนตรีหรือทำงานการเมืองอย่างที่ใครคาดเดากัน”บุญทักษ์ กล่าว

ด้าน ปิติ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ตามแผน 5 ปี ระหว่างปี 2561-2565 ธนาคารตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้ 1 เท่าตัวจากปัจจุบัน โดยจะขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดเล็กเพิ่มอีก 4 เท่า จากปัจจุบัน 1 แสนราย ขยายการเติบโตของลูกค้าที่ใช้งานผ่านดิจิทัลเป็นประจำ (แอคทีฟ ดิจิทัล คัสโตเมอร์) อีก 1 เท่า จาก 1.2 ล้านราย เป็นมากกว่า 2 ล้านราย และลดต้นทุนต่อรายได้ให้เหลือ 40% จากปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีต้นทุนต่อรายได้กว่า 40-50%

“รายได้ 1 เท่า ต้องโตอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานภายในต้องมีต้นทุนลดลง โครงสร้างการทำงานต้องลดจำนวนขั้นตำแหน่งเหลือ 5 ขั้น นับจากพนักงานสาขาถึงซีอีโอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดเวลาพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ให้ทันความต้องการลูกค้า โดยปัจจุบันเหลือ 6 ขั้นแล้ว ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ใหญ่ๆ จะมีตำแหน่ง 15-16 ขั้น นอกจากนี้ยังวางเป้าหมายขอเป็นธนาคารที่ลูกค้าชื่นชมและแนะนำต่อ” ปิติ กล่าว

เฉพาะปีหน้า คาดว่าสินเชื่อจะเติบโต 8% หรือ 2 เท่าของจีดีพีที่คาดว่าจะโต 4% โดยภาพรวมธุรกิจธนาคารมองว่าผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ระดับต่ำ 2.5% ดีขึ้นต่อเนื่องจากธุรกิจที่ฟื้นตัว แต่ก็มีบางธุรกิจที่ไม่อาจกลับมารับมือกับการแข่งขันในอนาคตได้ โดยปีหน้าสินเชื่อจะกลับมาเติบโตทั้ง 3 เครื่องยนต์ คือ รายใหญ่ เอสเอ็มอีและรายย่อย หลังจากที่ผ่านมาที่เศรษฐกิจชะลอ กระทบเอสเอ็มอีและรายย่อยสินเชื่อจึงไปหนักที่รายใหญ่

ทั้งนี้ ต่อไปธนาคารมีแผนลงทุนพัฒนาเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบธนาคารให้รองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของดิจิทัลแบงก์กิ้ง ปฏิรูประบบงานและเอกสารการทำงานให้อยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้การทำงานรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที พัฒนาช่องทางธนาคารและมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อเพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้ง่ายใช้งานได้จริง

“ทิศทางแบงก์ในอนาคต จะก้าวสู่การให้บริการผ่านดิจิทัลมากขึ้น ตามพฤติกรรมของลูกค้า ดังนั้นสาขามีโอกาสที่จะลดลงได้ แต่จะลดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อไหร่ขึ้นกับพฤติกรรมลูกค้าที่จะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน โดยเราอยากเห็นธุรกรรมผ่านดิจิทัลสัดส่วน 80% และสาขาเหลือ 20% ใน 5 ปี สัดส่วนกลับข้างจากปีนี้” ปิติ กล่าว

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของธนาคาร ช่องทางสาขามีความจำเป็นพอๆ กับช่องทางดิจิทัล ซึ่งสุดท้ายทั้งสองช่องทางจะมาหลอมรวมกัน (Omni Channel) เพิ่มประสิทธิภาพบริการลูกค้าที่มีประสบการณ์ที่ดี เพราะจากการสำรวจพบว่าลูกค้ายังต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอยู่ ในชั้นแรกที่ต้องการพูดคุยสอบถามข้อมูลหรือขอคำปรึกษา และเมื่อลูกค้าเข้าใจถ่องแท้ ก็สามารถทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ซื้อกองทุนด้วยตัวเองผ่านโมบายแบงก์กิ้ง

ปิติ ยืนยันว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม (โน ฟี) ไม่ได้ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง ตรงกันข้ามกลับเติบโตได้ถึง 20% จากรายได้การขายกองทุนและประกัน โดยธนาคารไม่ใช้วิธีบังคับขาย แต่เลือกแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งเป็นผู้นำของการทำ Market Conduct

“สำหรับผม ไม่ใช่แค่การรับไม้ต่อจากไอคอนของวงการแบงก์เท่านั้น แต่จะรับปรัชญา Make the Different มาด้วย ที่เชื่อว่าพวกเราสามารถทำสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นได้ ก็รู้สึกเป็นเกียรติและความยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตผมและทีมงาน ที่จะสานต่อและสืบทอดปรัชญาของคุณบุญทักษ์ ให้ผู้ที่ส่งไม้มารู้สึกสบายใจว่าองค์กรมีชีวิตอยู่ได้บนปรัชญานี้” ปิติ กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี