
ศก.ปี'61ดีขึ้นเล็กน้อย
โพลไอโอดีชี้บริษัทไทยชั้นนำส่วนใหญ่มองปีหน้าเศรษฐกิจดีขึ้นเล็กน้อย ให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนในการกำหนดกลยุทธ์
โพลไอโอดีชี้บริษัทไทยชั้นนำส่วนใหญ่มองปีหน้าเศรษฐกิจดีขึ้นเล็กน้อย ให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนในการกำหนดกลยุทธ์
นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการ ผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ ไอโอดี เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประธานกรรมการบริษัท 49 คน ถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีหน้าว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 59.2% มองว่าจะดีขึ้นเล็กน้อย และ 18.4% มองว่าจะดีขึ้นมาก ในขณะที่ 14.3% มองว่าจะทรงตัว โดยมีเพียง 6.1% ที่มองว่าจะแย่ลงเล็กน้อย และแค่ 2% มองว่าจะแย่ลงมาก
ทั้งนี้ 82% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่าคณะกรรมการของบริษัทได้นำประเด็นเรื่องความยั่งยืนมาพิจารณากำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กรด้วย เป็นสัญญาณที่ดีว่าภาคธุรกิจเอกชนไทยมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนของธุรกิจ
สำหรับการสำรวจความคิดเห็นประธานกรรมการบริษัทที่มาร่วมงาน Chairman Dinner ของ IOD เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2560 มีผู้ตอบแบบสอบถาม 49 คน พบว่ามี 2% ที่ยังไม่มีแผนดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องความยั่งยืน ในขณะที่อีก 16% ระบุว่ามีแผนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาภายใน 1-2 ปีข้างหน้า
"ความยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญของธุรกิจทุกวันนี้ที่จะมองข้ามไม่ได้ การทำธุรกิจที่แสวงหากำไรสูงสุดอย่างเดียวอาจล้าสมัยไปแล้วสำหรับแนวคิดทางธุรกิจ บริษัทชั้นนำของไทยส่วนใหญ่ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืน เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้ในระยะยาว" นายบัณฑิต กล่าว
ด้านผู้ตอบแบบสอบถาม 77.6% ระบุว่าประเด็นที่คณะกรรมการบริษัทจะใช้เวลาพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการมากขึ้นในปีหน้าคือกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ 61.2% บอกว่าจะให้เวลามากขึ้นกับเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีก 55.1% จะคุยเรื่องการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ 22% ระบุว่าจะใช้เวลาหารือเรื่องการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพิ่มขึ้น และ 18.4% จะให้เวลากับการพิจารณาเรื่องแนวทางการต่อต้านการ ทุจริตคอร์รัปชั่นมากขึ้น
นอกจากนี้ เรื่องที่ส่งผลโดยตรงกับผลประกอบการอย่างกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงแล้ว การที่บริษัทส่วนใหญ่จะใช้เวลามากขึ้นในการพิจารณาเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกหลายบริษัทก็จะให้เวลามากขึ้นกับการพิจารณาเรื่องการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นสัญญาณที่ดีว่าธุรกิจชั้นนำของไทยส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับการสร้างการเติบโตระยะยาวมากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนระยะสั้น ให้ความสำคัญกับ ผู้มีส่วนได้เสียอื่นมากขึ้น พร้อมที่จะพัฒนาองค์กรของตัวเองให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายธุรกิจสะอาดที่ดำเนินธุรกิจโปร่งใสปราศจากการทุจริต







