posttoday
โบรกปรับเพิ่มกำไรหุ้น5กลุ่ม

โบรกปรับเพิ่มกำไรหุ้น5กลุ่ม

25 พฤศจิกายน 2560

เปิดโพยหุ้นที่โบรกเกอร์จะปรับเพิ่มประมาณการกำไร/ลดกำไรหลังโชว์กำไรงวด 9 เดือน

เปิดโพยหุ้นที่โบรกเกอร์จะปรับเพิ่มประมาณการกำไร/ลดกำไรหลังโชว์กำไรงวด 9 เดือน

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) ออกบทวิเคราะห์ว่าภายหลังจากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้ประกาศผลดำเนินงานงวด 9 เดือนมาแล้ว ซึ่งมีกำไรสุทธิรวม 7.08 แสนล้านบาท แบ่งเป็นไตรมาสแรกของปีกำไรสุทธิ 2.81 แสนล้านบาท ไตรมาส 2 ของปีกำไร 2.20 แสนล้านบาท และไตรมาส 3 กำไรสุทธิ 2.07 แสนล้านบาท คิดเป็น 71.5% ของประมาณการเดิมทั้งปีที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 9.9 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลประกอบการรายกลุ่มพบว่ากลุ่มที่มีกำไรดีกว่าคาด และทำให้นักวิเคราะห์ต้องปรับเพิ่มประมาณการปี 2560-2561 คือ กลุ่มยานยนต์ ในหุ้นอาปิโก ไฮเทค (AH) และสมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) กลุ่มอาหารจากโออิชิ (OISHI) และไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) กลุ่มค้าปลีกจากคอมเซเว่น (COM7) ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) และบิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) กลุ่มท่องเที่ยวจากดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา (CENTEL) และกลุ่มพลังงาน จาก บี.กริมเพาเวอร์ (BGRIM) บางจากปิโตรเลียม (BCP) ผลิตไฟฟ้า( EGCO) และลานนารีซอร์สเซส (LANNA)

ขณะที่ผลประกอบการต่ำกว่าคาดและนำไปสู่การปรับลดประมาณการปี 2560-2561 คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์จากกสิกรไทย (KBANK) ผลกำไรต่ำกว่าคาด เพราะมีการตั้งสำรองเพิ่มมากขึ้นเพื่อบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และกรุงไทย (KTB) จากการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นและรายได้ดอกเบี้ยรับลดลงตามสินเชื่อที่ลดลง กลุ่มวัสดุก่อสร้างจากทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) ที่ผลประกอบการอ่อนแอจากต้นทุนน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคายางมะตอย และไดนาสตี้เซรามิค (DCC) จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวกดดันยอด ขายและต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) จากความต้องการใช้ปูนยังซบเซาทำให้ปรับราคาได้จำกัด ทั้งยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนถ่านหินที่เพิ่มขึ้น วนชัย (VNG) จากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมากกว่าการฟื้นตัวของกำไร

กลุ่มรับเหมาฯ หลักจาก ช.การช่าง (CK) เกิดจากการปรับลดสมมติฐานมูลค่าการรับงานใหม่ลดลงและปรับค่าใช้จ่ายขึ้น ITD จากการปรับลดสมมติฐานมูลค่าการรับงานใหม่และปรับค่าใช้จ่ายขึ้นเช่นกัน ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) จากต้นทุนวัสดุก่อสร้างหลายรายการที่เพิ่มขึ้นกดดันกำไร บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่วน Backlog เหลือน้อย เอสทีพีไอ (STPI) จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่วน Backlog เหลือน้อยเช่นกัน ทีทีซีแอล (TTCL) จากการรับงานใหม่ที่ล่าช้า ทำให้การรับรู้รายได้ช้าตามไปด้วย

ด้านกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ หลักๆ จากเคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) รายได้ลดลงและราคาทองแดงปรับขึ้น และ เอสวีไอ (SVI) จากราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าคาดมาก กลุ่มขนส่ง มาจากการบินกรุงเทพ (BA) ผลประกอบการแย่กว่าคาด เพราะขาดทุนงวดไตรมาส 3 จากรายการพิเศษ ทั้งค่าธรรมเนียมช่องทางขายย้อนหลังและขาดทุน อัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งยังมีค่าเช่าเครื่องบินสูงกว่าปกติ เนื่องจากต้องมีการเหมาเช่าเครื่องมาทดแทนเครื่องบินบางส่วนที่นำไปซ่อมบำรุง และการบินไทย (THAI) มาจากรายการพิเศษ คือ ขาดทุน อัตราแลกเปลี่ยนการด้อยค่าทรัพย์สินและเครื่องบิน

สำหรับกลุ่มไอซีทีแม้ปรับลดประมาณการในปี 2560 แต่ปรับเพิ่มประมาณการปี 2561 คือ กลุ่มไอซีที จากจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) มีการเลื่อนรับรู้กำไรจากการขายทรัพย์สิน จากเดิมที่รวมในปี 2560 ไปอยู่ในปี 2561 และทรูคอร์ปอเรชั่น (TRUE) จากค่าเช่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นในปี 2560 แต่ได้กำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สินในปี 2561

อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับลดประมาณการกำไรในกลุ่มที่มากกว่าปรับเพิ่ม ทำให้เบื้องต้นต้องลดประมาณการกำไรสุทธิตลาดปี 2560 ลง 1.4% จากเดิมมาอยู่ที่ 9.76 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น EPS 99.3 บาท เติบโต 4.9% แต่ในปี 2561 จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 2.8% มาที่ 1.1 ล้านล้านบาท เติบโต 14.4%

ทั้งนี้ ตัวเลขสุดท้ายจะเป็นอย่างไรนั้น จะมีรายละเอียดออกมาอีกครั้งและยังคงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นรวม 60% ของเงินลงทุน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง