
บลจ. แอสเซท พลัส เผยกองทุน ASP-CHINA โชว์ฟอร์มแกร่ง โอกาสรับผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีสูงถึง 48.15% มองหุ้นที่ได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจใหม่ยังเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาว
ตลาดหุ้นจีนตลอดปี 2560 ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 58.90% ขณะที่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเติบโตเพียง 19.58%
ตลาดหุ้นจีนตลอดปี 2560 ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 58.90% ขณะที่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเติบโตเพียง 19.58% (ที่มา: Bloomberg, 21 พ.ย. 2560)
โอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจจากการเติบโตของตลาดหุ้นจีนนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ลงทุนในประเทศจีน หรือ ผู้ลงทุนในประเทศไทยที่สามารถเข้าถึงการลงทุนในตลาดหุ้นจีนโดยตรงได้เท่านั้น แต่ผู้ลงทุนที่อาศัยการลงทุนผานกองทุนรวมหุ้นจีนก็ได้อานิสงส์จากการเติบโตดังกล่าวไปด้วยเช่นกัน
รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด (Mr. Ratch Sodsatit, Managing Director, Asset Plus Fund Management Co.,Ltd) เปิดเผยว่า กองทุนเปิดแอสเซทพลัส ไชน่า (ASP-CHINA) ภายใต้การบริหารของบริษัท ถือเป็นกองทุนหุ้นจีนที่ผลการดำเนินงานโดดเด่น โดยตั้งแต่ต้นปีสามารถให้โอกาสรับผลตอบแทนสูงถึง 48.15% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานดัชนี MSCI CHINA ซึ่งให้ผลตอบแทนประมาณ อยู่ที่ 46.92% (ที่มา: www.assetfund.co.th, 31 ต.ค. 2560)
รัชต์ กล่าวต่อไปว่า กองทุน ASP-CHINA เน้นลงทุนในหุ้นจีนที่ได้รับประโยชน์จากการผันตัวเองสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ของจีน ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก คือ กองทุน EI Sturdza Strategic China Panda ปัจจุบันกองทุนหลักดังกล่าวให้น้ำหนักกับการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลจีนที่มุ่งผลักดันประเทศให้เติบโตจากเศรษฐกิจใหม่ทั้งในแง่อุตสาหกรรมการบริหาร (Tertiary Industry) และการบริการที่ผนวกนวัตกรรมเข้ามาด้วย
โดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการที่ต้นทุนการผลิตต่ำลง ประกอบกับการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้บริโภคเป็นไปได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศยังเข้ามามาบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งในจีนและทั่วโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงเท่านั้น ธุรกิจประเภทคเทคโนโลยีและสารสนเทศยังขายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจประเภท Online Platform ซึ่งล้วนขยายตัวอย่างรวดเร็วตามพฤติกรรมการบริโภคในยุคใหม่ โดยหุ้นที่กองทุนถือครองอยู่ อาทิ Alibaba, Tencent, Sunny Optical Tech, Minth Group เป็นต้น
ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยก็จะได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่สูงขึ้นของผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งปัจจับันผู้บริโภคชาวจีนครองสัดส่วนการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยสูงที่สุด คิดเป็น 30% จากการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยทั่วโลก (Bain&Company, Luxury Goods Worldwide Market Study, Fall-Winter 2016, 28Dec2016) โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางที่หันมาจับจ่ายใช้สอยในสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้นเนื่องจากมีรายได้คงเหลือจากการใช้จ่ายในปัจจัยสี่ และจะส่งผลให้อุตสาหกรรมประเภทสินค้าฟุ่มเฟือยมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอีกในอนาคต
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน รัชต์ ให้ความเห็นว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องโดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายของภาครัฐ และแม้ว่า GDP จะมีแนวโน้มชะลอตัวลงบ้างแต่ก็ยังคงรักษาอัตราการเติบโตอยู่ในระดับ 6-8% ส่วนมุมมองในระยะยาวนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ของจีนในอีก 1 ทศวรรษข้างหน้าว่า เศรษฐกิจจีนอาจทะยานแซงหน้าเศรษฐกิจสหรัฐฯ และก้าวสู่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยประมาณการ GDP ของจีนในปี 2573 ที่ 38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ที่มา: PwC, The long view the global economic order change by 2050, Feb 2017)
“ไม่เพียงเท่านั้น หากแนวนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจจีนตามแนวทางเศรษฐกิจใหม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตามแผนของรัฐบาลจีน ก็จะยิ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเศรฐกิจใหม่สามารถเติบโตต่อไปได้อีกในอนาคต การลงทุนในกองทุนหุ้นจีนจึงถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนสูงในระยะยาวสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง และสามารถรับความผันผวนของหุ้นต่างประเทศได้” รัชต์กล่าวในที่สุด
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง กองทุน ASP-CHINA
ณ 31 ต.ค. 2560
* อัตราผลตอบแทนคิดเฉลี่ยเป็นต่อปี (Annualized Return)
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยินยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต







